|
บทบาทพยาบาลการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพในกลุ่มวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | รพีพรรณ นาคบุบผา |
| Title | บทบาทพยาบาลการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพในกลุ่มวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ |
| Contributor | มนพร ชาติชำนิ, ไพลิน ถึงถิ่น |
| Publisher | สถาบันบำราศนราดูร |
| Publication Year | 2564 |
| Journal Title | วารสารสถาบันบำราศนราดูร |
| Journal Vol. | 15 |
| Journal No. | 3 |
| Page no. | 184-194 |
| Keyword | บทบาทพยาบาล, วัยรุ่นตั้งครรภ์, การพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพ, Nurses' roles, Pregnant adolescents, The development of health literacy |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/ |
| Website title | thaijo |
| ISSN | E-ISSN 2673-0375 |
| Abstract | บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายบทบาทพยาบาลในการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพของวัยรุ่นตั้งครรภ์ ประกอบด้วย 2 ส่วน ได้แก่ 1) ความรอบรู้ด้านสุขภาพของวัยรุ่นตั้งครรภ์ในยุคโลกาภิวัตน์ที่มีการพัฒนารูปแบบทางสังคมอย่างรวดเร็ว และ 2) ความรอบรู้ด้านสุขภาพของวัยรุ่นตั้งครรภ์ครอบคลุม 4 มิติ เพื่อให้มารดาวัยรุ่นและทารกในครรภ์มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงทั้งทางร่างกายและจิตใจ เตรียมพร้อมสำหรับการเป็นบทบาทของมารดาได้อย่างเหมาะสม ซึ่งการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นเป็นการตั้งครรภ์ในขณะที่สภาพร่างกาย จิตใจ อารมณ์และสังคมยังเจริญเติบโตไม่เพียงพอมีผลกระทบทั้งด้านร่างกายและจิตใจของมารดาและทารกในครรภ์ ตั้งแต่ระยะตั้งครรภ์ ระยะคลอด จนถึงหลังคลอด บทบาทพยาบาลควรที่จะตระหนักถึงมีการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพของวัยรุ่นตั้งครรภ์ครอบคลุม 6 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ (1) การเข้าถึงข้อมูลสุขภาพและบริการสุขภาพ (Access skill) (2) ความรู้ ความเข้าใจ (Cognitive skill) (3) ทักษะการสื่อสาร (Communication skill) (4) ทักษะการตัดสินใจ (Decision skill) (5) ทักษะการจัดการตนเอง (Self- management skill) และ(6) การรู้เท่าทันสื่อ (Media literacy skill) อย่างไรก็ตามพยาบาลที่มีหน้าที่ในการดูแลกลุ่มกลุ่มวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ควรที่จะเน้นการพัฒนาระบบการบริการข้อมูลที่เข้าถึงง่ายและความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพที่เหมาะสมกับช่วงวัยรุ่นรวมถึงมีความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่ได้เผยแพร่ในสื่อออนไลน์เช่นเดียวกัน ซึ่งข้อมูลเหล่านั้นจะส่งผลให้วัยรุ่นได้รับความรู้ก่อให้เกิดความเข้าใจตลอดจนสามารถนำไปเป็นข้อมูลในการตัดสินใจดูแลสุขภาพทางเพศของตนเองและสามารถที่จะให้การดูแลทารกในครรภ์อย่างถูกต้องและเหมาะสมต่อไป |