|
การศึกษาการติดเชื้อในกระแสเลือดและความไวต่อยาต้านจุลชีพของแบคทีเรียซึ่งแยกจากผู้ป่วยในโรงพยาบาลปทุมธานี ปี พ.ศ. 2556-2561 |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ชญาภรณ์ ศรัณพฤฒิ |
| Title | การศึกษาการติดเชื้อในกระแสเลือดและความไวต่อยาต้านจุลชีพของแบคทีเรียซึ่งแยกจากผู้ป่วยในโรงพยาบาลปทุมธานี ปี พ.ศ. 2556-2561 |
| Contributor | ประภาพร ถ้ำแก้ว, วัลลีรัตน์ พบคีรี |
| Publisher | วารสารสถาบันบำราศนราดูร |
| Publication Year | 2564 |
| Journal Title | วารสารสถาบันบำราศนราดูร |
| Journal Vol. | 15 |
| Journal No. | 3 |
| Page no. | 139-149 |
| Keyword | การติดเชื้อแบคทีเรีย, การเพาะเชื้อในกระแสเลือด, การทดสอบความไวต่อยาต้านจุลชีพ, Bacterial infection, Hemoculture, Antimicrobial susceptibility test |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/ |
| Website title | thaijo |
| ISSN | E-ISSN 2673-0375 |
| Abstract | การติดเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือด (Bacteremia) เป็นสาเหตุที่สำคัญซึ่งทำให้ผู้ป่วยในโรงพยาบาลเสียชีวิต จากการศึกษาตัวอย่างเลือดของผู้ป่วยโรงพยาบาลปทุมธานีที่ส่งมาเพาะเชื้อและทดสอบความไวต่อยาระหว่างปี พ.ศ. 2556-2561 จำนวนทั้งหมด 78,110 ตัวอย่าง พบเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือดจำนวน 6,450 ไอโซเลท คิดเป็นร้อยละ 8.3 โดยเป็นเชื้อแบคทีเรียชนิดแกรมบวกร้อยละ 57.1 และแบคทีเรียชนิดแกรมลบร้อยละ 42.9 พบมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อทดสอบด้วย Chi-square เชื้อแบคทีเรียที่ตรวจพบมากที่สุด 5 อันดับแรก คือ Methicillin-resistant Staphylococcus epidermidis (MRSE), Coagulase-negative staphylococcus, Escherichia coli, Staphylococcus aureus และ Viridans group streptococci โดยพบร้อยละ 21.2, 16.4, 13.9, 9.5 และ 7.7 ตามลำดับ เชื้อแบคทีเรียชนิดแกรมบวก MRSE พบมีความไวสูงต่อยา Linezolid ร้อยละ 96.0 Vancomycin ร้อยละ 92.5 และมีความไวต่ำต่อยา Oxacillin เพียงร้อยละ 1.5 และเชื้อแบคทีเรียชนิดแกรมลบ Escherichia coli ที่พบมีความไวสูงต่อยา Amikacin ร้อยละ 97.9 ส่วนยาในกลุ่มของ Carbapenem มีความไวสูงต่อ Meropenem, Ertrapenem และ Imipenem ร้อยละ 99.7, 98.9 และ 93.4 ตามลำดับ แต่มีความไวต่ำต่อยา Ampicillin เพียงร้อยละ 20.3 การทราบอัตราการติดเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือด และความไวต่อยาต้านจุลชีพจึงมีประโยชน์ต่อแพทย์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการรักษาและการเลือกใช้ยาต่อผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสม และสามารถนำข้อมูลไปเป็นแนวทางในการวางแผนป้องกันและควบคุมการติดเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือดร่วมกับหน่วยงานป้องกันและควบคุมการติดเชื้อของโรงพยาบาล |