การใช้ม่านบังผนังกระจกและปล่องระบายอากาศเพื่อลดอุณหภูมิภายในห้องไม่ปรับอากาศ
รหัสดีโอไอ
Creator ประภัสสร แซมมงคล
Title การใช้ม่านบังผนังกระจกและปล่องระบายอากาศเพื่อลดอุณหภูมิภายในห้องไม่ปรับอากาศ
Contributor สุดาภรณ์ สุดประเสริฐ
Publisher Thammasat University
Publication Year 2564
Journal Title Journal of Architectural/Planning Research and Studies
Journal Vol. 18
Journal No. 1
Page no. 53-64
Keyword การระบายอากาศ, ปล่องรังสีอาทิตย์, ความต้านทานความร้อน, ม่านสะท้อนความร้อน
URL Website https://www.tci-thaijo.org/index.php/jars/index
Website title ThaiJO
ISSN 1905-2022
Abstract านบังแดดที่ผนังกระจกนั้นมีอุณหภูมิผิวผ้าม่านสูงและมีอากาศร้อนในช่องอากาศระหว่างกระจกกับม่านไหลเข้ามาภายในห้อง งานวิจัยนี้จึงศึกษาการใช้ช่องอากาศระหว่างกระจกกับม่านเป็นปล่องระบายอากาศเพื่อลดอุณหภูมิม่านโดยทดลองตัวอย่างผ้าม่าน 3 ชนิดคือผ้าม่านตัดแสง ผ้าม่านทึบแสงและผ้าม่านสะท้อนความร้อนที่มีอลูมิเนียมเคลือบผิวด้านนอก การทดลองประกอบด้วยการติดตั้งผ้าม่านเป็นผนังด้านในของปล่องและเปิดช่องเปิดที่ด้านบนกระจกและที่ด้านล่างของม่านเป็นทางออกและทางเข้าของอากาศตามลําาดับ ผลการศึกษานําาไปเปรียบเทียบกับกรณีปิดช่องเปิดทางออก-เข้าปล่องไม่ให้อากาศไหลผ่าน ผลการศึกษาที่ค่ารังสีอาทิตย์คงที่ 600 W/m2 พบว่าอุณหภูมิผิวของผ้าม่านเมื่อเปิดใช้ปล่องระบายอากาศมีค่าต่ําากว่าเมื่อมีการปิดช่องระบายอากาศอยู่ 2.2 - 5.4 ?C โดยผ้าม่านสะท้อนความร้อนมีอุณหภูมิผิวต่ําาที่สุด อุณหภูมิผ้าม่านทั้ง 3 ชนิดสูงกว่าอุณหภูมิห้องประมาณ 7.6 - 12.4 ?C อย่างไรก็ตามพบว่ามีการรั่วซึมของอากาศร้อนออกจากปล่องผ่านรูพรุนของผ้าและการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่ภายในกล่องทดลอง งานวิจัยนี้ได้พบว่าผ้าม่านตัวอย่างนั้นมีความต้านทานความร้อนต่ําาซึ่งส่งผลต่อสมรรถนะของปล่องระบายอากาศ ดังนั้นจึงได้แนะนําาให้ใช้วัสดุฉนวนที่เคลือบผิวด้านนอกด้วยอลูมิเนียมสะท้อนความร้อนมีค่าการต้านทานความรวมอย่างน้อยที่สุดเท่ากับ 0.94 - 1.0 ?Cm2/W แทนการใช้ม่านทั่วไปที่ทําามาจากเส้นใยโพลีเอสเตอร์ สามารถลดความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิผิวด้านในของม่านและอุณหภูมิห้องลงได้ 6 ?C
วารสารวิจัยและสาระสถาปัตยกรรม/การผังเมือง

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ