|
ความยั่งยืนในการบริหารจัดการระบบที่ดินของกรมที่ดิน |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | 1. ศักดิ์ชัย เอกอินทุมาศ 2. รุ่งรัศมี บุญดาว |
| Title | ความยั่งยืนในการบริหารจัดการระบบที่ดินของกรมที่ดิน |
| Publisher | สมาคมนักวิจัย |
| Publication Year | 2557 |
| Journal Title | วารสารสมาคมนักวิจัย |
| Journal Vol. | 19 |
| Journal No. | 3 |
| Page no. | 74-85 |
| Keyword | ความยั่งยืน,การบริหารจัดการระบบที่ดิน,ระบบสารสนเทศที่ดิน |
| ISSN | 2408-1698 |
| Abstract | การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) สภาพปัญหาที่ดินจากการบริหารจัดการระบบที่ดิน 2) กระบวนการการจัดการด้านความมั่นคง การถือครอง การประเมินราคา การใช้ และการพัฒนาที่ดินในการบริหารจัดการระบบที่ดินอย่างยั่งยืน การวิจัยแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การเก็บรวบรวมข้อมูลจากการศึกษาเอกสาร และการสนทนากลุ่มกับข้าราชการสำนักงานที่ดินจังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดเชียงใหม่ แห่งละ 15 คนเครือข่ายประชาชน แห่งละ 10 คน ด้วยวิธีเจาะจง สัมภาษณ์เชิงลึกบุคคลสำคัญ จำนวน 7 ท่าน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ขั้นตอนที่ 2 นำข้อมูลที่ได้มากำหนดกระบวนการการจัดการด้านความมั่นคง การถือครอง การประเมินราคา การใช้ และการพัฒนาที่ดิน ในการบริหารจัดการระบบที่ดินอย่างยั่งยืน ประเมินความเหมาะสมโดยผู้เชี่ยวชาญ5 ท่าน และทำการทดลองกระบวนการ จากการสนทนากลุ่มกับข้าราชการสำนักงานที่ดินจังหวัดสงขลา 15 คน และเครือข่ายประชาชน 10 คน ด้วยวิธีเจาะจงผลการศึกษาพบว่า 1) รัฐต้องนำข้อมูลที่ดินที่ ถูกต้อง สมบูรณ์ และทันสถานการณ์ มาวางแผน กำหนดนโยบายที่ดินให้เกิดความมั่นคงในการถือครองที่ดิน สนับสนุนการปรับปรุงแนวเขตที่ดินของรัฐ ใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่จำกัดสิทธิการถือครองที่ดิน และการบังคับใช้การทำประโยชน์ในที่ดิน การทำแผนที่ภาษี การกำหนดพื้นที่เพื่อกระจายการถือครองที่ดินจำแนกการใช้ที่ดิน และการพัฒนาที่ดิน ตลอดจนสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารจัดการระบบที่ดินการพัฒนาระบบสารสนเทศที่ดินเป็นเงื่อนไขที่จำเป็น ในการบริหารจัดการระบบที่ดิน 2) ผลการประเมินความเหมาะสมของกระบวนการการจัดการด้านความมั่นคง การถือครอง การประเมินราคา การใช้ และการพัฒนาที่ดิน ในการบริหารจัดการระบบที่ดินอย่างยั่งยืน พบว่าโดยรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย = 4.22 จากคะแนนเต็ม 5) และการทดลองกระบวนการ โดยรวมพบว่าคะแนนเฉลี่ยหลังการอบรมสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนการอบรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 |