|
การพัฒนาโมเดลสมการเชิงโครงสร้างการสื่อสารการตลาดเพื่อสังคม เพื่อลดพฤติกรรมเสี่ยงทางสุขภาพของเยาวชนไทย |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | นธกฤต วันต๊ะเมล์ |
| Title | การพัฒนาโมเดลสมการเชิงโครงสร้างการสื่อสารการตลาดเพื่อสังคม เพื่อลดพฤติกรรมเสี่ยงทางสุขภาพของเยาวชนไทย |
| Publisher | สมาคมนักวิจัย |
| Publication Year | 2555 |
| Journal Title | วารสารสมาคมนักวิจัย |
| Journal Vol. | 17 |
| Journal No. | 3 |
| Page no. | 19-34 |
| Keyword | การสื่อสารการตลาดเพื่อสังคม,พฤติกรรมเสี่ยงทางสุขภาพ,เยาวชนไทย |
| ISSN | 2408-1698 |
| Abstract | การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาและตรวจสอบความสอดคล้องกลมกลืนของโมเดลสมการเชิงโครงสร้างการสื่อสารการตลาดเพื่อสังคมเพื่อลดพฤติกรรมเสี่ยงทางสุขภาพของเยาวชนไทยกับข้อมูลเชิงประจักษ์ 2) ศึกษาอิทธิพลทางตรงและอิทธิพลทางอ้อมของตัวแปรต่างๆตามแบบจาลองในโมเดลดังกล่าว และ3) นาเสนอแนวทางการสื่อสารการตลาดเพื่อสังคมที่เหมาะสมต่อการลดพฤติกรรมเสี่ยงทางสุขภาพของเยาวชนไทย การวิจัยแบ่งออกเป็น 2 ระยะคือ ระยะที่ 1 การวิจัยเชิงปริมาณ ด้วยวิธีการวิจัยเชิงสารวจกับเยาวชนระดับอุดมศึกษาจานวน 900 คนในกรุงเทพมหานคร และใช้การวิเคราะห์โมเดลสมการเชิงโครงสร้างในการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อตอบวัตถุประสงค์การวิจัยข้อที่หนึ่งและข้อที่สอง ระยะที่ 2 การวิจัยเชิงคุณภาพ ด้วยวิธีการสนทนากลุ่มย่อยกับเยาวชนระดับอุดมศึกษาจานวน 6 กลุ่ม เพื่อตอบวัตถุประสงค์การวิจัยข้อที่สามผลการศึกษา พบว่า 1) โมเดลสมการโครงสร้างที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นมีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยมีค่าดัชนีวัดความสอดคล้องกลมกลืนทุกตัวผ่านเกณฑ์ที่กาหนด 2) การสื่อสารการตลาดเพื่อสังคมมีอิทธิพลทางตรงต่อความรู้ด้านพฤติกรรมเสี่ยงทางสุขภาพ ทัศนคติที่มีต่อพฤติกรรมเสี่ยงทางสุขภาพ ความเชื่อที่จะคล้อยตามบรรทัดฐานของกลุ่มอ้างอิง และการรับรู้ความสามารถแห่งตนในการควบคุมพฤติกรรมเสี่ยงทางสุขภาพ และมีอิทธิพลทางอ้อมต่อความตั้งใจที่จะลดพฤติกรรมเสี่ยงทางสุขภาพ และพฤติกรรมเสี่ยงทางสุขภาพ และ 3) ผู้เข้าร่วมการสนทนากลุ่มย่อยได้เสนอ "กลยุทธ์การสื่อสารการตลาดเพื่อสังคมเชิงพหุระดับ" อันหมายถึงมาตรการการสื่อสารการตลาดเพื่อสังคมจากทุกระดับของสังคม ทั้งในระดับครอบครัวและเพื่อน ระดับสถาบันการศึกษา ระดับชุมชน และระดับสังคม โดยควรนาแนวคิดการสื่อสารการตลาดแบบผสมผสานมาประยุกต์ใช้เพื่อนาไปสู่การลดพฤติกรรมเสี่ยงทางสุขภาพของเยาวชนไทยให้ประสบผลสาเร็จได้อย่างยั่งยืน |