ผลของสารกระตุ้นชีวภาพจากสาหร่ายน้ำจืดต่อการเจริญเติบโตของมะเขือเทศพันธุ์ราชินีในโรงเรือน
รหัสดีโอไอ
Creator ณัฐบดี วิริยาวัฒน์
Title ผลของสารกระตุ้นชีวภาพจากสาหร่ายน้ำจืดต่อการเจริญเติบโตของมะเขือเทศพันธุ์ราชินีในโรงเรือน
Contributor สุรชาติ สินวรณ์, ทิพาวรรณ วรรณขัณฑ์
Publisher สำนักวิจัยและส่งเสริมวิชาการการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้
Publication Year 2569
Journal Title Journal Of Agricultural Research And Extension
Journal Vol. 43
Journal No. 3
Page no. 1-17
Keyword สารกระตุ้นชีวภาพ, สาหร่ายน้ำจืด, มะเขือเทศ
URL Website https://li01.tci-thaijo.org/index.php/MJUJN
Website title Journal Of Agricultural Research And Extension
ISSN 2985-0118 (Online)
Abstract งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของสารสกัดจากสาหร่ายน้ำจืดในการออกฤทธิ์เป็นสารกระตุ้นชีวภาพในการต่อการเจริญเติบโตของต้นมะเขือเทศพันธุ์ราชินีในโรงเรือนปิดที่มีสภาวะความเครียด เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูง (อุณหภูมิ 35.0–39.0°ซ) โดยการปลูกในบริเวณโรงเรือนที่มีการเปิดรับแสงแดดเต็มที่ตลอดวันและปิดระบบระบายอากาศในโรงเรือน โดยวางแผนการทดลองแบบสุ่มในบล็อกสมบูรณ์ (RCBD) เป็น 4 ตำรับการทดลอง ๆ ละ 3 ซ้ำ ได้แก่ 1) น้ำเปล่า (control) (T0) 2) สารสกัดสาหร่ายน้ำจืด 5 มล. : น้ำเปล่า 1,000 มล. (T1) 3) สารสกัดสาหร่ายน้ำจืด 10 มล. : น้ำเปล่า 1,000 มล. (T2) 4) สารสกัดสาหร่ายน้ำจืด 15 มล. : น้ำเปล่า 1,000 มล. (T3) ร่วมกับการใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตรา 15 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ให้ทุก 3 วันต่อครั้ง โดยบันทึกข้อมูลความสูงของต้นมะเขือเทศพันธุ์ราชินี ความยาวรากของต้นมะเขือเทศ จำนวนช่อดอกต่อต้น จำนวนผลต่อช่อ จำนวนผลต่อต้น โดยบันทึกผลจำนวน 20 ต้นต่อแปลงย่อย ปริมาณคลอโรฟิลล์ในใบมะเขือเทศและปริมาณไนโตรเจนในใบมะเขือเทศ โดยใช้จำนวน 6 ใบต่อต้น จำนวนผลต่อต้น บันทึกผล ทุก 15 วันหลังวันย้ายปลูก มะเขือเทศอายุ 15, 30, 45 และ 60 วัน และมีการวัดค่าปริมาณของแข็งที่ละลายน้ำได้ทั้งหมด โดยใช้ผลมะเขือเทศเมื่ออายุ 80 วันหลังย้ายปลูก จากนั้นเก็บเกี่ยวผลผลิตทั้งหมด นำไปวิเคราะห์ปริมาณกรดอะมิโนตามวิธีการ In-house Method Based on AOAC (1989) และธาตุอาหารสำคัญแก่พืชประกอบด้วย ไนโตรเจน โพแทสเซียม และฟอสฟอรัส ตามวิธี In-house Method Based on AOAC (2019) ผลการทดลองเมื่อฉีดสารกระตุ้นชีวภาพจากการสังเคราะห์สาหร่ายน้ำจืดที่มีการฉีดพ่น จำนวน 4 ครั้ง ในช่วง 20 วันหลังปลูก (การฉีดพ่นครั้งแรก) ฉีดพ่นครั้งที่สองในระยะเริ่มติดดอกฉีดพ่นครั้งที่สามในระยะเริ่มติดผล และฉีดพ่นครั้งที่สี่ในระยะ 10 วันหลังจากการฉีดพ่นครั้งที่สาม โดยพบว่า ตำรับการทดลอง T2 ให้ค่าเฉลี่ยผลการทดลองที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) ในส่วนความสูงของต้นเฉลี่ยเท่ากับ 103.9±2.7 ซม. ความยาวรากของต้น 45 วันหลังปลูกมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 26.7±1.1 ซม. จำนวนผลผลิตต่อต้นเฉลี่ยเท่ากับ 807.0±3.8 ผล ปริมาณของแข็งที่ละลายน้ำได้ทั้งหมดของผลมะเขือเทศราชินีเฉลี่ยเท่ากับ 9.00±0.0°brix และปริมาณคลอโรฟิลล์ในใบเฉลี่ยเท่ากับ 39.9±0.4 SPAD รองลงมาคือ ตำรับการทดลอง T3 ตามมาด้วยตำรับการทดลอง T1 และสูงกว่าตำรับการทดลอง T0 ผลการตอบสนองทุกพารามิเตอร์ ต่ำที่สุด อยู่ในช่วง 1.5–1.6 เท่า ดังนั้น การฉีดพ่นตามอัตราส่วนของตำรับการทดลอง T2 สามารถทำให้การเจริญเติบโตของต้นมะเขือเทศและเพิ่มผลผลิตมะเขือเทศพันธุ์ราชินีได้ดี
สำนักวิจัยและส่งเสริมวิชาการการเกษตร

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ