|
ความรอบรู้ทางสุขภาพด้านอาชีวอนามัยและพฤติกรรมความปลอดภัยในการทำงานของชาวประมงพื้นบ้าน ท่าเรือพลี ตำบลบางปลาสร้อย อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | กนกวรรณ ประสพสุข |
| Title | ความรอบรู้ทางสุขภาพด้านอาชีวอนามัยและพฤติกรรมความปลอดภัยในการทำงานของชาวประมงพื้นบ้าน ท่าเรือพลี ตำบลบางปลาสร้อย อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี |
| Contributor | กัญญาณัฐ สุวรรณโชติ, มยุรี แพ่งคอนสาน, ภูหิรัณย์ ศุภพัฒนวรพงษ์ |
| Publisher | สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง |
| Publication Year | 2569 |
| Journal Title | วารสารสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง |
| Journal Vol. | 11 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 117-132 |
| Keyword | สิ่งคุกคามทางสุขภาพ, ความรอบรู้ทางสุขภาพด้านอาชีวอนามัย, พฤติกรรมความปลอดภัยในการทำงาน, ชาวประมงพื้นบ้าน |
| URL Website | https://he01.tci-thaijo.org/index.php/iudcJ |
| Website title | วารสารสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง |
| ISSN | ISSN 2985 - 1858 (print) ISSN 2985 - 1866 (online) |
| Abstract | การวิจัยเชิงพรรณนา (Descriptive Research)นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความรอบรู้ทางสุขภาพด้านอาชีวอนามัยและพฤติกรรมความปลอดภัยในการทำงานของชาวประมงพื้นบ้าน และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ทางสุขภาพด้านอาชีวอนามัยและพฤติกรรมความปลอดภัยในการทำงานของชาวประมงพื้นบ้าน ท่าเรือพลี ตำบลบางปลาสร้อย อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี กลุ่มตัวอย่างจำนวน 85 คน ได้จากการสุ่มตัวอย่างแบบลูกโซ่ โดยกำหนดเกณฑ์เป็นผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป สัญชาติไทย มีประสบการณ์ในการทำงานไม่น้อยกว่า 1 ปี เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามที่ประกอบด้วย 4 ส่วน ได้แก่ข้อมูลปัจจัยส่วนบุคคล สิ่งคุกคามทางสุขภาพ ความรอบรู้ทางสุขภาพด้านอาชีวอนามัย พฤติกรรมความปลอดภัยในการทำงาน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติอ้างอิง (Chi-square test และ Pearson’s correlation) ผลการวิจัย พบว่า มีการสัมผัสสิ่งคุกคามทางสุขภาพจากการทำงานอยู่ในระดับมาก ( x ̅ = 44.87, SD = 5.369) ความรอบรู้ทางสุขภาพด้านอาชีวอนามัยโดยรวมอยู่ในระดับมาก (x ̅ = 106.49, SD = 18.531) และพฤติกรรมความปลอดภัยในการทำงานของชาวประมงพื้นบ้านโดยรวมอยู่ในระดับมาก (x ̅ = 57.02, SD = 7.440) และความรอบรู้ทางสุขภาพด้านอาชีวอนามัยโดยรวมมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมความปลอดภัยในการทำงานของชาวประมงพื้นบ้านระดับปานกลางอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r=0.69, p-value < 0.05)ดังนั้นบุคลากรสาธารณสุข และองค์กรที่เกี่ยวข้อทุกภาคส่วนในชุมชนควรนำผลการวิจัย ไปใช้เป็นแนวทางในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมความปลอดภัยในการทำงานของชาวประมงพื้นบ้าน ควรพัฒนาโปรแกรมที่ช่วยเพิ่มความรู้ด้านอาชีวอนามัยและการจัดการตนเอง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อพฤติกรรมความปลอดภัย และมีการจัดอบรมเฉพาะสำหรับงานที่มีความเสี่ยงสูง เช่น การวางอวนและการนำสัตว์น้ำขึ้นจากเรือ พร้อมทั้งสนับสนุนให้ชาวประมงพื้นบ้านเข้าถึงอุปกรณ์ความปลอดภัย นอกจากนี้ ควรพัฒนาแนวทางเพื่อลดความเครียดและเสริมสร้างเครือข่ายสนับสนุนในชุมชน ปรับปรุงการสื่อสารเพื่อให้ข้อมูลด้านสุขภาพและความปลอดภัยเข้าถึงได้ง่าย เพื่อสร้างพฤติกรรมความปลอดภัยในการทำงาน ลดการเกิดอุบัติเหตุ และการเกิดโรคจากการทำงาน |