|
การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมสุขภาพเพื่อป้องกันผลกระทบด้านสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในกลุ่มผู้ป่วยเด็กโรคหืด 0-15 ปี ในพื้นที่จังหวัดตาก |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | สมพิศ กลัดพันธุ์ |
| Title | การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมสุขภาพเพื่อป้องกันผลกระทบด้านสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในกลุ่มผู้ป่วยเด็กโรคหืด 0-15 ปี ในพื้นที่จังหวัดตาก |
| Contributor | ชำนาญ ปินนา, จารุนิภา นันตา |
| Publisher | สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง |
| Publication Year | 2569 |
| Journal Title | วารสารสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง |
| Journal Vol. | 11 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 55-68 |
| Keyword | พัฒนารูปแบบการส่งเสริมสุขภาพ, ฝุ่นละอองขนาดเล็กขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน, โรคหืด |
| URL Website | https://he01.tci-thaijo.org/index.php/iudcJ |
| Website title | วารสารสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง |
| ISSN | ISSN 2985 - 1858 (print) ISSN 2985 - 1866 (online) |
| Abstract | การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันผลกระทบด้านสุขภาพจากฝุ่น PM2.5 ในกลุ่มเด็กโรคหืด รูปแบบการวิจัยเป็น Research & Development โดยแบ่งขั้นตอนการวิจัย ดังนี้ 1) เก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์ผู้ป่วยเด็กโรคหืดและผู้ปกครอง จำนวน 268 ราย 2) ใช้กระบวนการสนทนากลุ่มเพื่อคืนข้อมูลและพัฒนารูปแบบ 3) นำรูปแบบไปสู่การปฏิบัติ 4) ประเมินการใช้รูปแบบ ผลการศึกษาพบว่า 1) การดำเนินการส่งเสริมสุขภาพยังขาดการดูแลที่ถูกต้องในกลุ่มผู้ป่วยเด็กโรคหืด ส่วนใหญ่ยังไม่มีการใช้ห้องปลอดฝุ่นและอุปกรณ์ป้องกันที่จำเป็น 2) พบว่าการผลักดันนโยบายการลดปัญหาฝุ่น PM2.5 ในจังหวัดตากและบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา ยังไม่สามารถทำได้ในทางปฏิบัติ รวมถึงการดูแลอย่างถูกต้องของผู้ปกครอง และบุคลากรสาธารณสุข 3) รูปแบบการส่งเสริมสุขภาพเพื่อป้องกันผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 ได้แก่ (3.1) สร้างการรับรู้แก่เด็กป่วยและผู้ปกครอง ในการดูแลตนเองอย่างถูกต้อง หลีกเลี่ยงการรับฝุ่น PM2.5 ในขณะป่วย เป็นการลดการเข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานบริการ ลดภาระของผู้ปกครองในการดูแลเด็กป่วยซึ่งต้องเดินทางไปโรงพยาบาลบ่อย ๆ (3.2) การเยี่ยมผู้ป่วยที่บ้าน และการแนะนำการจัดการสิ่งแวดล้อมในบริเวณบ้าน จะช่วยลดผลกระทบจากฝุ่น และลดการกลับไปรักษาซ้ำที่โรงพยาบาลได้ และ (3.3) สร้างการรับรู้ข่าวสารเรื่องคุณภาพอากาศผ่านสื่อสังคมออนไลน์เป็นประจำวัน 4) ประสิทธิผลของรูปแบบที่พัฒนาขึ้นส่งผลให้ผู้ป่วยเด็กโรคหืดและผู้ปกครองเข้าใจเกี่ยวกับฝุ่น PM2.5 ได้อย่างเพียงพอที่จะนำมาใช้ป้องกันสุขภาพตนเองและปรับปรุงสภาพแวดล้อมในบ้านให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ข้อเสนอแนะ ควรมีการวางแผนการจัดการดูแลผู้ป่วย โดยการผลักดันนโยบายและแผนการดูแลรักษาผู้ป่วยที่บ้าน โดยมีบุคลากรสาธารณสุขเป็นผู้จัดทำแผนการส่งเสริมสุขภาพ ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบด้านสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ให้กับกลุ่มผู้ป่วยเด็กโรคหืดให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี |