|
ความท้าทายและโอกาสในการให้วัคซีน HPV: บทวิเคราะห์จากประเทศไทยในบริบทระดับโลก |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ลิลลี่ ประทีป |
| Title | ความท้าทายและโอกาสในการให้วัคซีน HPV: บทวิเคราะห์จากประเทศไทยในบริบทระดับโลก |
| Contributor | กชกร คำสีแก้ว, มีนา กรสุธาทิพย์กุล, ทองรัตนา บงกชเกตุสกุล, สิริพร ชูเพชรสมบูรณ์ |
| Publisher | สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง |
| Publication Year | 2569 |
| Journal Title | วารสารสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง |
| Journal Vol. | 11 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 183-196 |
| Keyword | วัคซีนป้องกันเชื้อเอชพีวี, นโยบายการฉีดวัคซีน, การเปรียบเทียบระหว่างประเทศไทยและต่างประเทศ, ความเสมอภาคด้านสุขภาพ, การฉีดวัคซีนแบบไม่จำกัดเพศ |
| URL Website | https://he01.tci-thaijo.org/index.php/iudcJ |
| Website title | วารสารสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง |
| ISSN | ISSN 2985 - 1858 (print) ISSN 2985 - 1866 (online) |
| Abstract | ไวรัสฮิวแมนแพปพิลโลมา (Human papillomavirus: HPV) เป็นสาเหตุสำคัญของมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งอวัยวะสืบพันธุ์อื่น ๆ ทั่วโลก โดยประเทศไทยยังคงมีภาระโรคในระดับสูง การพัฒนาวัคซีนป้องกันการติดเชื้อ HPV ทั้งชนิดสองสายพันธุ์ (Bivalent), สี่สายพันธุ์ (Quadrivalent) และเก้าสายพันธุ์ (Nonavalent) ได้เปลี่ยนแปลงแนวทางการป้องกันมะเร็งปากมดลูกอย่างมีนัยสำคัญ ประเทศไทยได้บรรจุวัคซีน HPV ชนิด Bivalent (Cervarix) ไว้ใน โครงการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันแห่งชาติ (National Immunization Program: NIP) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 โดยให้บริการวัคซีนฟรีแก่นักเรียนหญิงชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 อายุ 11–12 ปี การทบทวนวรรณกรรมเชิงบรรยายฉบับนี้รวบรวมหลักฐานจากระดับโลกและระดับชาติระหว่างปี ค.ศ. 2000–2025 เพื่อวิเคราะห์ความก้าวหน้าและความท้าทายของโครงการวัคซีน HPV ของประเทศไทยเมื่อเปรียบเทียบกับประสบการณ์จากต่างประเทศ ผลการสังเคราะห์พบว่า แม้โครงการในประเทศไทยมีส่วนช่วยลดการติดเชื้อ HPV ได้อย่างเป็นรูปธรรม แต่ความครอบคลุมของการฉีดวัคซีนยังไม่สม่ำเสมอ และยังมีข้อจำกัดด้านนโยบายที่ไม่ครอบคลุมเด็กชายและกลุ่มที่พลาดโอกาส (Catch-up cohorts) ประเทศที่ประสบความสำเร็จสูง เช่น ออสเตรเลียและสหราชอาณาจักร แสดงให้เห็นถึงประสิทธิผลของนโยบายการฉีดวัคซีนแบบไม่จำกัดเพศ (Gender-neutral vaccination) และระบบคัดกรองที่บูรณาการอย่างเข้มแข็ง ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซียและฟิลิปปินส์ แสดงให้เห็นความแตกต่างด้านความพร้อมของระบบสาธารณสุขและความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน สำหรับประเทศไทย แนวทางเชิงนโยบายที่สำคัญ ได้แก่ การขยายกลุ่มเป้าหมายให้ครอบคลุมเด็กชายและกลุ่ม Catch-up, การเสริมระบบส่งวัคซีนในพื้นที่ชนบทโดยใช้แนวทางวัคซีน แบบหนึ่งเข็ม (Single-dose strategy) ตามข้อเสนอขององค์การอนามัยโลก, การบูรณาการวัคซีน HPV เข้ากับการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยการตรวจ HPV DNA และการสื่อสารสาธารณะอย่างโปร่งใสเพื่อลดความเข้าใจผิดและความลังเลต่อวัคซีน ในอนาคต ประเทศไทยควรเตรียมความพร้อมสำหรับวัคซีนรุ่นใหม่ เช่น วัคซีนชนิด mRNA และ L2-based ที่มีศักยภาพในการป้องกันสายพันธุ์ได้กว้างขึ้น และเร่งขับเคลื่อนนโยบายให้สอดคล้องกับเป้าหมาย 90-70-90 ขององค์การอนามัยโลก เพื่อมุ่งสู่การขจัดมะเร็งปากมดลูกเป็นปัญหาสาธารณสุขอย่างยั่งยืน |