|
ความสัมพันธ์ระหว่าง ความรู้ ทัศนคติ พฤติกรรมในการป้องกันควบคุมโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน กับภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุ 60-69 ปี เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | สุธี สฤษฎิ์ศิริ |
| Title | ความสัมพันธ์ระหว่าง ความรู้ ทัศนคติ พฤติกรรมในการป้องกันควบคุมโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน กับภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุ 60-69 ปี เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร |
| Contributor | วรรณีย์ จิรอังกูรสกุล, ธิติยา มีชัย |
| Publisher | สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง |
| Publication Year | 2567 |
| Journal Title | วารสารสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง |
| Journal Vol. | 9 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 241-260 |
| Keyword | ความรู้, ทัศนคติ, พฤติกรรม, ภาวะสุขภาพ, ผู้สูงอายุ |
| URL Website | https://he01.tci-thaijo.org/index.php/iudcJ |
| Website title | วารสารสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง |
| ISSN | ISSN 2985 - 1858 (print) ISSN 2985 - 1866 (online) |
| Abstract | การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ เพื่อวัดระดับความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมในการป้องกันโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน และหาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยดังกล่าวกับภาวะสุขภาพ ของผู้สูงอายุวัยต้น (60-69 ปี) เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้สูงอายุวัยต้น จำนวน 300 คน ใช้แบบสอบถามในการเก็บรวบรวมข้อมูลระหว่าง 1 สิงหาคม ถึง 30 กันยายน 2566 ใช้สถิติเชิงพรรณนา ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และสเปียร์แมนในการวิเคราะห์ข้อมูล ค่านัยสำคัญทางสถิติ (p <0.05) ผลการศึกษา ผู้สูงอายุมีอายุเฉลี่ย 64.1+2.6 ปี ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ระดับการศึกษาปริญญาตรีและมัธยมศึกษา/ปวช. โรคประจำตัวที่พบ ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง ภาวะไขมันในเลือดสูง และโรคเบาหวาน ร้อยละ 21.7, 15.3 และ 10.3 ตามลำดับ มีระดับความรู้และทัศนคติ ระดับดี ร้อยละ 91.0 และ 75.3 ตามลำดับ และพฤติกรรมระดับปานกลาง ร้อยละ 52 คะแนนความรู้และทัศนคติมีความสัมพันธ์กันทางบวก (r=0.26) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่แปรผกผันกับพฤติกรรม (r=-0.02, -0.03, p>0.05) สำหรับภาวะสุขภาพที่มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ คะแนนความรู้แปรผันตรงกับเอชดีแอลคลอเรสเตอรอลและแปรผกผันกับระดับไตรกรีเซอไรด์ (r=0.12, r=-0.14, p < 0.05) คะแนนพฤติกรรมแปรผันตรงกับระดับเอชดีแอลคลอเรสเตอรอล (r=0.16, p < 0.05) พบว่ากลุ่มที่มีคะแนนความรู้ระดับดีมีค่าระดับน้ำตาลในเลือดหลังงดอาหาร ไตรกรีเซอไรด์น้อยกว่าและเอชดีแอลคลอเรสเตอรอลมากกว่ากลุ่มความรู้ระดับปานกลางถึงต่ำ กลุ่มที่คะแนนทัศนคติระดับดีมีค่าดัชนีมวลกาย และระดับน้ำตาลในเลือดหลังงดอาหารต่ำกว่ากลุ่มทัศนคติระดับปานกลางถึงต่ำ กลุ่มที่มีคะแนนพฤติกรรมระดับดีมีค่าไตรกรีเซอไรด์ต่ำกว่าและเอชดีแอล คอเลสเตอรอลสูงกว่ากลุ่มพฤติกรรมระดับปานกลางถึงต่ำ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) การพัฒนาระบบบริการสุขภาพควรส่งเสริมการแปลผลภาวะสุขภาพ ความรู้การดำเนินโรค อาการ และภาวะแทรกซ้อน เพิ่มทัศนคติที่ดีในการดูแลตนเองรวมถึงให้ผู้ดูแลมีความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดหาอาหารที่เหมาะสม ลดหวาน มัน เค็มให้ผู้สูงอายุ ท้องถิ่นควรมีนโยบายสาธารณะในการจัดการปัจจัยสุขภาพ เช่น เข้าถึงแหล่งอาหารสุขภาพได้ง่าย และมีสถานที่ในการเพิ่มกิจกรรมทางกายอย่างเหมาะสม |