|
การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องรูปเรขาคณิตสามมิติ และปริมาตรของรูปเรขาคณิตสามมิติระหว่างการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค ที จี ที กับการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค เอส ที เอ ดี สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | อังคณา ดังก้อง |
| Title | การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องรูปเรขาคณิตสามมิติ และปริมาตรของรูปเรขาคณิตสามมิติระหว่างการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค ที จี ที กับการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค เอส ที เอ ดี สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 |
| Publisher | คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี |
| Publication Year | 2568 |
| Journal Title | วารสารสหวิทยาการสังคมศาสตร์และการสื่อสาร |
| Journal Vol. | 8 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 30-43 |
| Keyword | ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน, เทคนิคที จี ที, เทคนิคเอส ที เอ ดี |
| URL Website | https://so02.tci-thaijo.org/index.php/ISSC/index |
| Website title | https://so02.tci-thaijo.org/index.php/ISSC/index |
| ISSN | 2985-248X |
| Abstract | บทนำ: การเรียนคณิตศาสตร์ในปัจจุบัน ครูส่วนใหญ่สอนแบบบรรยายทำให้บรรยากาศในการเรียนไม่จูงใจให้นักเรียนสนใจเรียนเท่าที่ควร ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ ปัจจุบันมีเทคนิคการสอนที่สามารถสร้างแรงจูงใจให้ผู้เรียนนั้นสนใจเรียนวิชาคณิตศาสตร์มากขึ้น เช่น เทคนิคที่เน้นกระบวนการเรียนเป็นกลุ่ม ได้แก่เทคนิคที จี ที และเทคนิคเอส ที เอ ดี โดยเทคนิคเหล่านี้เป็นการเรียนแบบร่วมมืออาจส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น วัตถุประสงค์ของการวิจัย: เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ก่อนและหลังเรียนโดยใช้เทคนิคที จี ที และเทคนิคเอส ที เอ ดี และเพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างกลุ่มที่ได้รับการเรียนรู้ด้วยเทคนิคที จี ที กับเทคนิคเอส ที เอ ดี ระเบียบวิธีวิจัย: กลุ่มตัวอย่างคือนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนยอแซฟวิทยา อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 จำนวน 2 ห้องเรียน โดยใช้การสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคที จี ที, เอส ที เอ ดี และแบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที ผลการวิจัย: พบว่านักเรียนที่ได้รับการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคที จี ที และเทคนิคเอส ที เอ ดี มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และเมื่อเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มพบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของทั้งสองกลุ่มแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สรุป: การจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคที จี ที และเอส ที เอ ดี สามารถส่งเสริมการมีส่วนร่วม กระตือรือร้น และสร้างบรรยากาศที่ดีในการเรียนรู้ ซึ่งช่วยยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนให้ดียิ่งขึ้น |