|
ปรัชญาการวิจัย: ปริมาณ คุณภาพ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | สัญญา เคณาภูมิ |
| Title | ปรัชญาการวิจัย: ปริมาณ คุณภาพ |
| Publisher | สาขารัฐประศาสนศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ |
| Publication Year | 2557 |
| Journal Title | วารสารรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์ |
| Journal Vol. | 3 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 22-55 |
| Keyword | ปรัชญาการวิจัย, วิจัยเชิงคุณภาพ, วิจัยเชิงปริมาณ, Research Philosophy, Qualitative Research, Quantitative Research |
| URL Website | https://so01.tci-thaijo.org/index.php/gjournal-ksu |
| Website title | วารสารการบริหารปกครอง มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ |
| ISSN | ISSN 2286-9328 (Print) |
| Abstract | สรรพสิ่งในเอกภพล้วนไม่มีอะไรหยุดนิ่งอยู่กับที่ ธรรมชาติทุกสิ่งย่อมเปลี่ยนแปลงและมีกลไกในตัวของมันเองอยู่ตลอดเวลา สรรพสิ่งมิได้เกิดขึ้นโดยปราศจากเหตุแห่งการเกิด มีทฤษฎีหลายตัวที่สนับสนุนว่าสรรพสิ่งเกิดขึ้นได้ย่อมมีเหตุและผล เช่น ทฤษฎีระบบ หลักธรรมปฏิจสมุปปบาท หลักอริยสัจ 4 เป็นต้น เมื่อมนุษย์ค้นพบกลไกของสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างถ่องแท้ มักจะสถาปนาว่าเป็นศาสตร์ซึ่งแบ่งเป็นสอง คือ ศาสตร์บริสุทธิ์ และศาสตร์ประยุกต์ เหนือสิ่งอื่นใดคือความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเข้าถึงหรือเข้าใจอย่างลึกซึ้งในสภาวะของสรรพสิ่งเหล่านั้นเพื่อให้ได้คำตอบว่าอะไรคือความเป็นจริงอันเป็นที่สุด หากสามารถการเข้าถึงกลไกของสิ่งนั้นอย่างถ่องแท้แล้วจะสามารถควบคุมและใช้ประโยชน์สิ่งนั้นได้ง่ายดาย วิธีการเข้าถึงสรรพศาสตร์ทั้งปวงเรียกว่าวิธีการแสวงหาความรู้ (ญาณวิทยา) หรือเรียกอีกอย่างว่าทฤษฎีความรู้ที่อธิบายเกี่ยวกับที่มาของความรู้ แหล่งเกิดของความรู้ธรรมชาติของความรู้ และเหตุแห่งความรู้ที่แท้จริง ความรู้ที่แท้จริงที่ได้เนื่องจากการตั้งคำถามเชิงระเบียบวิธีวิทยาบนฐานคิดปรัชญาพื้นฐานการวิจัยและทฤษฎีที่อธิบายความรู้ที่ได้ว่าเป็นจริง คำถามเชิงปรัชญาถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ (1) กลุ่มเหตุผลนิยม เชื่อว่า เหตุผลเป็นหนทางเดียวที่นำไปสู่ความรู้และความรู้เป็นสิ่งที่ติดตัวมนุษย์มาแต่เกิดเป็นความรู้ก่อนประสบการณ์จึงไม่เชื่อว่าประสบการณ์จะให้ความรู้ที่ถูกต้องแน่นอนและ (2) กลุ่มประจักษ์นิยม หรือ ลัทธิประสบการณ์นิยม เชื่อว่ามนุษย์มีความรู้ในความจริงได้ด้วยการอาศัยประสาทสัมผัสเท่านั้น ความรู้จึงเป็นสิ่งแปลกใหม่และเป็นความรู้หลังประสบการณ์ความจริงไม่อยู่ก่อนเป็นนิจนิรันดร สิ่งที่ทำให้มนุษย์มีประสบการณ์คือ ประสาทสัมผัสทั้ง 5 คือ ตา หู จมูก ลิ้น ผิวกาย ซึ่งเป็นเครื่องมือในการค้นหาความจริง ไม่ใช่จิตแต่อย่างใด ความรู้ที่อธิบายความจริงจะใช้วิธีศึกษาแบบวัตถุวิสัย หรือ อัตวิสัยที่ใช้ในการแสวงหาความรู้ด้วยวิธีการวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้นั่นเอง ปรัชญากลุ่มประจักษ์นิยม แบ่งเป็น 2 กลุ่มย่อย ได้แก่ (1) กลุ่มปฏิฐานนิยมกลุ่มนี้มีความเชื่อเน้นการศึกษาปรากฏการณ์ที่เป็นวัตถุสสารที่สามารถสัมผัส จับต้องได้ แจงนับ วัดค่าได้อย่างเป็นวัตถุวิสัยหรือมีความเป็นปรนัย และเชื่อว่าปรากฏการณ์ต่างๆ ในธรรมชาติเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอไม่แปรเปลี่ยนง่ายๆ ความเชื่อกลุ่มนี้ทำให้เกิดระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณ ทำให้การค้นพบความจริงในลักษณะเป็นกฎ ทฤษฎีต่างๆ และ (2) กลุ่มปรากฏการณ์นิยมกลุ่มนี้มีความเชื่อว่าปรากฏการณ์ทางสังคมมีความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงหรือมีความเป็นพลวัตสูง ดังนั้นการเข้าใจปรากฏการณ์ไม่สามารถทำได้โดยการแจงนับ วัดค่าเป็นตัวเลข หากต้องเข้าใจถึงความหมายและระบบคุณค่า วัฒนธรรมของกลุ่มคนดังกล่าวก่อน ความเชื่อนี้ทำให้เกิดระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ |