|
คุณสมบัติทางจิตมิติและองค์ประกอบของสมรรถนะระหว่างวัฒนธรรมตามแนวคิดความต่อเนื่องของการพัฒนาระหว่างวัฒนธรรมสําหรับนิสิตปริญญาบัณฑิต |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | พิสิษฐ บรรจง |
| Title | คุณสมบัติทางจิตมิติและองค์ประกอบของสมรรถนะระหว่างวัฒนธรรมตามแนวคิดความต่อเนื่องของการพัฒนาระหว่างวัฒนธรรมสําหรับนิสิตปริญญาบัณฑิต |
| Contributor | ชมุตม์ มุทุวงศ์, จุฑาทิพย์ เงินบํารุง, พิชชานันท์ มหันตกาสี, ณัฏฐภรณ์ หลาวทอง |
| Publisher | ศูนย์นวัตกรรมทางการศึกษา สื่อสิ่งพิมพ์ และสื่อออนไลน์ |
| Publication Year | 2566 |
| Journal Title | วารสารครุศาสตร์ |
| Journal Vol. | 51 |
| Journal No. | 4 |
| Page no. | EDUCU5104009 (14 หน้า) |
| Keyword | แบบวัดสถานการณ์, สมรรถนะระหว่างวัฒนธรรม, การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสํารวจ, การตอบสนองความปรารถนาของสังคม |
| URL Website | https://so02.tci-thaijo.org/index.php/EDUCU/article/view/263057 |
| Website title | วารสารครุศาสตร์ (Journal of Education Studies) |
| ISSN | 2651-2017 |
| Abstract | การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์คุณสมบัติทางจิตมิติและองค์ประกอบของสมรรถนะระหว่างวัฒนธรรม ตามแนวคิดความต่อเนื่องของการพัฒนาระหว่างวัฒนธรรมสําหรับนิสิตปริญญาบัณฑิต คณะครุศาสตร์ จํานวน 131 คน เครื่องมือวิจัย คือ แบบวัดสถานการณ์สําหรับประเมินสมรรถนะระหว่างวัฒนธรรม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยความตรงตามเนื้อหา การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสํารวจ ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ การวิเคราะห์ความแปรปรวน และการวิเคราะห์ค่าความยากอํานาจจําแนกโดยใช้Graded-Response Model (GRM) ผลการวิจัยพบว่า 1) ข้อคําถามมีความตรงตามเนื้อหาทุกข้อ2) จากการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสํารวจ สมรรถนะระหว่างวัฒนธรรม ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) การจัดการความขัดแย้ง (2) การเคารพความแตกต่างทางความคิด และ(3) การเคารพกติกาของสังคม3) แบบวัดสถานการณ์ฯ มีค่าความเที่ยงแบบความสอดคล้องภายในด้วยวิธีสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคและวิธีการ expected a posteriori อยู่ในระดับปานกลาง และค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาแบบแบ่งชั้นมีค่า .524) ผลการวิเคราะห์ข้อคําถามโดยใช้โมเดล GRM มีความเหมาะสม จําแนกความสามารถของผู้สอบได้ระดับพอใช้ 5) ผลการเปรียบเทียบความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยระหว่างระดับชั้นปี ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ขณะที่ความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยระหว่างชายและหญิงแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 6) คะแนนจากแบบวัดสถานการณ์ฯ ไม่มีความสัมพันธ์กับการตอบตามความปรารถนาของสังคม |