|
การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น ร่วมกับเกมเพื่อส่งเสริมความสามารถการใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ยศวัจน์ อภิรัตน์ระพี |
| Title | การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น ร่วมกับเกมเพื่อส่งเสริมความสามารถการใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 |
| Contributor | บุญรัตน์ แผลงศร |
| Publisher | คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา |
| Publication Year | 2568 |
| Journal Title | วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา |
| Journal Vol. | 36 |
| Journal No. | 3 |
| Page no. | 14-28 |
| Keyword | การเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E), การใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา, เกมการเรียนรู้ |
| URL Website | https://so02.tci-thaijo.org/index.php/edubuu |
| Website title | https://so02.tci-thaijo.org/index.php/edubuu |
| ISSN | 2822-0730 (Online) |
| Abstract | การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นร่วมกับเกม เพื่อส่งเสริมความสามารถการใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา 2) เพื่อศึกษาความสามารถการใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา หลังเรียนด้วยกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นร่วมกับเกม เทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 80 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น ร่วมกับเกม และ 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนต่อการเรียนรู้ด้วยกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นร่วมกับเกม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในงานวิจัยในครั้งนี้ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนอนุบาลเคหะบางพลี (๑๐ปี สปช.) จำนวน 36 คน ด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งกลุ่ม (Cluster sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น ร่วมกับเกม 2) แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน 3) แบบประเมินความสามารถการใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา และ 4) แบบประเมินความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ร้อยละ และการทดสอบค่าที ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นร่วมกับเกม มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.89 2) ผลการศึกษาความสามารถการใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหาหลังเรียน พบว่า นักเรียนมีความสามารถการใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 80 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยมีความสามารถการใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา เฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 87.96 3) ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน พบว่า มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 4) ผลการศึกษาความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น ร่วมกับเกม พบว่า นักเรียนจำนวน 36 คน ความพึงพอใจเฉลี่ยเท่ากับ 4.69 ซึ่งอยู่ในระดับมากที่สุด |