การศึกษาความต้องการจำเป็นในการเรียนรู้แบบไมโครเลิร์นนิงตามแนวทางการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์เป็นฐานสำหรับโมบายเลิร์นนิงแพลตฟอร์มเพื่อส่งเสริมทักษะการพัฒนาตนเองของพนักงานระดับปฎิบัติการ
รหัสดีโอไอ
Creator อภิญญา แซ่ซึง
Title การศึกษาความต้องการจำเป็นในการเรียนรู้แบบไมโครเลิร์นนิงตามแนวทางการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์เป็นฐานสำหรับโมบายเลิร์นนิงแพลตฟอร์มเพื่อส่งเสริมทักษะการพัฒนาตนเองของพนักงานระดับปฎิบัติการ
Contributor จินตวีร์ คล้ายสังข์
Publisher มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
Publication Year 2566
Journal Title วารสารเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา
Journal Vol. 18
Journal No. 24
Page no. 54-69
Keyword โมบายเลิร์นนิ่งแพลตฟอร์ม, ไมโครเลิร์นนิง, การจัดการเรียนรู้ตามสถานการณ์เป็นฐาน, ทักษะการพัฒนาตนเอง, พนักงานระดับปฎิบัติการ
ISSN 2730-2423
Abstract การวิจัยนี้วัตถุประสงค์ คือ1) เพื่อศึกษาสภาพและเปรียบเทียบทักษะในการพัฒนาตนเองของผู้เรียน จำแนกตามช่วงอายุ อายุการทำงาน จำนวนชั่วโมงในการเรียนรู้ และความพึงพอใจในการทำงาน 2) เพื่อศึกษาความต้องการจำเป็นภูมิหลัง ประสบการณ์ผู้ใช้ ความต้องการจำเป็น และการสร้างความรู้ด้วยตนเองของพนักงานระดับปฎิบัติการ ในการเรียนรู้แบบไมโครเลิร์นนิงตามแนวทางการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์เป็นฐานสำหรับโมบายเลิร์นนิงแพลตฟอร์มเพื่อส่งเสริมทักษะการพัฒนาตนเองของพนักงานระดับปฎิบัติการ กลุ่มตัวอย่างคือ พนักงานระดับปฎิบัติการ จำนวน 72 คน ในจังหวัดกรุงเทพ โดยใช้วิธีการสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Sample random sampling) เป็นพนักงานระดับปฎิบัติการในร้านสะดวกซื้อ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบสอบถาม โดยมีข้อคำถามแบบตรวจสอบรายการแบบจัดอันดับ และแบบมาตราส่วนประมาณค่า สถิติที่่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมููล ได้แก่ ความถี่่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA) และใช้เทคนิค Modified Priority Need Index (PNI Modified) ในการจัดลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็น ผลการวิจัยพบว่า1)ผู้เรียนที่มีช่วงอายุ 23-26 ปี มีการใช้โทรศัพท์มือถือในการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเองน้อยกว่าผู้เรียนที่มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป 1.1 ผู้เรียนที่มีอายุระหว่าง 19-22 ปี มีการใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อค้นหาข้อมูลหรือความรู้มากกว่าผู้เรียนที่มีอายุระหว่าง 27-30 ปี 1.2 ผู้เรียนที่มีอายุการทำงาน 1-2 ปี มีการใช้เทคโนโลยีเพื่อค้นหาข้อมูลหรือความรู้มากที่สุด 1.3 ผู้เรียนมีความคิดเห็นต่อการใช้โทรศัพท์มือถือในการเรียน เนื่องจากสะดวกต่อการเรียนรู้ โดยสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา 1.4ผู้เรียนที่มีอายุการทำงาน 1-2 ปี มีการแบ่งปันความรู้ผ่านสังคมออนไลน์มากที่สุด 1.5 ผู้เรียนที่มีจำนวนชั่วโมงในการเรียนรู้มากกว่า 2 ชั่วโมง ใช้โทรศัพท์มือถือในการเรียนรู้ผ่านอินเทอร์เน็ตมากที่สุด 1.6 ผู้เรียนที่มีจำนวนชั่วโมงในการเรียนรู้ 1-2 ชั่วโมงมีความคิดเห็นต่อรูปแบบการเรียนรู้แบบสถานการณ์จำลองรูปแบบละครมากที่สุด 2) ผู้ตอบแบบสอบถามมีอุปกรณ์ โทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน ใช้งานในชีวิตประจำวัน มากที่สุด 2.1 ความต้องการจำเป็นในการใช้อุปกรณ์ โทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟนในการเรียนรู้มากที่สุด รองลงมาคือคอมพิวเตอร์และแท็บเล็ต ตามลำดับ 2.2 ความต้องการจำเป็นของความพร้อมในการเรียนรู้ผ่านมือถือ(Mobile) สามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลามากที่สุด รองลงมาคือ ต้องมีเครื่องมือทันสมัยเพื่อค้นหาข้อมูลต่างๆและหาความรู้ และน้อยที่สุด คือเรียนรู้ได้เฉพาะมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเท่านั้น 2.3 รูปแบบการเรียนรู้ที่ช่วยให้ปฎิบัติงานได้ดีโดยภาพ วีดีโอ สถานการณ์จริงในชีวิตประจำวัน(Scenario-Based Learning) มากที่สุด รองลงมาคือการฝึกอบรม (Training)และการจัดการสอนแบบโครงงาน(Project) ตามลำดับ
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ