|
ความพร้อม และสมรรถนะของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ในการคัดแยกและดูแลผู้ป่วยติดเชื้อทางเดินหายใจ ในยุคหลังการระบาดของโควิด 19 ประเทศไทย |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | อุ่นใจ เครือสถิตย์ |
| Title | ความพร้อม และสมรรถนะของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ในการคัดแยกและดูแลผู้ป่วยติดเชื้อทางเดินหายใจ ในยุคหลังการระบาดของโควิด 19 ประเทศไทย |
| Contributor | อัจฉรา กิตติวงศ์วิสุทธิ์, เตือนใจ ภูสระแก้ว, ประทีป กาลเขว้า |
| Publisher | กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค |
| Publication Year | 2568 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 51 |
| Journal No. | 4 |
| Page no. | 697-711 |
| Keyword | การคัดแยก, ความรู้, การปฎิบัติ, ผู้ป่วยติดเชื้อทางเดินหายใจ, อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน, ดัชนีความต้องการจำเป็น |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 2651-1649 |
| Abstract | การวิจัยเชิงพรรณนา เพื่อประเมินความพร้อมของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในการคัดแยก จัดการและดูแลผู้ป่วยติดเชื้อทางเดินหายใจ ซึ่งเป็นภาระโรคสำคัญหลังการระบาดของโรคโควิด 19 ในประเทศไทย วิเคราะห์สภาพการที่เป็นจริงและความคาดหวัง และดัชนีความต้องการจำเป็นในการพัฒนาจากมุมมองของผู้ให้บริการสุขภาพ โดยสุ่มกลุ่มตัวอย่างหลายขั้นตอน ได้ อสม. จำนวน 215 คน ผู้ให้บริการสุขภาพ จำนวน 111 คน ในจังหวัดขอนแก่น ใช้เครื่องมือคือแบบสอบถาม และแบบทดสอบความรู้ ที่ตรวจสอบความตรงโดยผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน มีค่าความเชื่อมั่น 0.82-0.90 และ KR-21=0.77 เก็บข้อมูลระหว่าง เดือนมิถุนายน ถึง ธันวาคม ปี 2566 ผลการศึกษาพบว่า อสม. ส่วนใหญ่มีอายุมากกว่า 45 ปี จบการศึกษาชั้นประถมศึกษามีความรู้ และการปฏิบัติในการคัดแยก จัดการและดูแลผู้ป่วยติดเชื้อทางเดินหายใจ อยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง คิดเป็นร้อยละ 89.30 และ 70.23 ตามลำดับ อุปสรรคสำคัญคือ อุปกรณ์ตรวจประเมินผู้ป่วยไม่เพียงพอ ระดับการศึกษามีความสัมพันธ์กับความรู้ และการปฏิบัติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) การปฏิบัติที่ยังเป็นปัญหามากคือ การคัดแยกผู้ป่วยตามความรุนแรง และการให้คำแนะนำผู้ป่วยในการดูแลรักษาตัวเองที่บ้าน ผู้ให้บริการสุขภาพส่วนใหญ่ทำงานเกิน 10 ปี รับรู้ภาพรวมของความคาดหวัง และสภาพที่เป็นจริงในการปฏิบัติจริงของ อสม. แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p=0.026) ดัชนีความต้องการจำเป็นที่ต้องพัฒนาตามลำดับคือ การตรวจร่างกายเบื้องต้น การป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ การคัดแยกผู้ป่วยตามความรุนแรง และการคัดกรองผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ผลการวิจัยชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนาสมรรถนะ อสม. โดยการเสริมสร้างความรู้ในการคัดแยกผู้ป่วย การให้คำแนะนำผู้ป่วยเพื่อดูแลตัวเองที่บ้าน พัฒนาทักษะคลินิกพื้นฐาน และสนับสนุนทรัพยากร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การดูแลสุขภาพชุมชน และสนับสนุนความมั่นคงทางสุขภาพที่อย่างยั่งยืน |