|
ภาคีเครือข่ายการเฝ้าระวังและป้องกันโรคไข้เลือดออกอย่างมีส่วนร่วม กรณีศึกษา : ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ตำบลคลองแห อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ศิริพร วัฒนพฤกษ์ |
| Title | ภาคีเครือข่ายการเฝ้าระวังและป้องกันโรคไข้เลือดออกอย่างมีส่วนร่วม กรณีศึกษา : ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ตำบลคลองแห อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา |
| Contributor | ผจงศิลป์ เพิงมาก, รัตน์นริศ สุวรรณรัตน์, ศุภโชค ยอดแก้ว |
| Publisher | กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค |
| Publication Year | 2567 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 50 |
| Journal No. | 3 |
| Page no. | 487-499 |
| Keyword | ภาคีเครือข่าย, การมีส่วนร่วม, การเฝ้าระวังและป้องกันโรคไข้เลือดออก, ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก, พื้นที่เสี่ยงสูง |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 2651-1649 |
| Abstract | การระบาดของโรคไข้เลือดออกในปี 2562 เกิดการแพร่กระจายเข้าสู่เขตชุมชนและโรงเรียนบ้านหนองนายขุ้ย ตำบลคลองแห อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เนื่องจากโรงเรียนมีอาณาเขตอยู่ในพื้นที่เดียวกันกับศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ส่งผลให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กกลายเป็นพื้นที่เสี่ยงสูงต่อการระบาด การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแนวทางการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในการเฝ้าระวังและป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดระลอกใหม่เข้าสู่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงปฏิบัติการ ซึ่งมี 4 ขั้นตอน คือ การวิเคราะห์สถานการณ์/ความต้องการ การวางแผน การดำเนินการ และการประเมินผล ศึกษาข้อมูลปฐมภูมิโดยการสัมภาษณ์ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจากหลายภาคส่วน การสำรวจสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่เสี่ยง การสังเกตอย่างมีส่วนร่วม และศึกษาข้อมูลทุติยภูมิด้วยแบบสัมภาษณ์และแบบประเมิน ผลการศึกษาพบว่าภาคีเครือข่าย ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่/บุคลากรของหน่วยงานสาธารณสุข ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียน แกนนำอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ตัวแทนชุมชน และเจ้าหน้าที่เทศบาล มีความร่วมมือร่วมใจโดยการประยุกต์ใช้ Google Map Application ในการคัดกรองและค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกร่วมกันประเมินพื้นที่เสี่ยงทางกายภาพ และจัดทำนวัตกรรม “สเปรย์มะกรูด” และ “กฎวัฏจักร” จนทำให้สามารถป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดระลอกใหม่ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ดังนั้นการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้เกิดความสำเร็จในการเฝ้าระวังและป้องกันโรคไม่ให้มีการแพร่ระบาดในพื้นที่เสี่ยงสูงได้เป็นอย่างดี จึงควรนำแนวคิดนี้ไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่เสี่ยงสูงอื่น ๆ ซึ่งมีบริบทที่คล้ายคลึงกันต่อไป |