|
การใช้ชุดคำสั่งพัฒนารูปแบบระบบรายงานการเฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในกลุ่มผู้ป่วยทางเดินหายใจและผู้ป่วยปอดอักเสบของโรงพยาบาลชุมชน จังหวัดน่าน |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | อภิชิต สถาวรวิวัฒน์ |
| Title | การใช้ชุดคำสั่งพัฒนารูปแบบระบบรายงานการเฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในกลุ่มผู้ป่วยทางเดินหายใจและผู้ป่วยปอดอักเสบของโรงพยาบาลชุมชน จังหวัดน่าน |
| Contributor | สิริพงษ์ บุญเทพ, นนทชา มานะวิสาร |
| Publisher | กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค |
| Publication Year | 2567 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 50 |
| Journal No. | 3 |
| Page no. | 383-396 |
| Keyword | การพัฒนา, ระบบเฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, ชุดคำสั่ง, จังหวัดน่าน |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 2651-1649 |
| Abstract | ความทันเวลาในการรายงานข้อมูลมีผลต่อประสิทธิภาพในการดำเนินการระบบเฝ้าระวังกลุ่มผู้ป่วยทางเดินหายใจและผู้ป่วยปอดอักเสบเพื่อตรวจจับผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ไม่เข้าเกณฑ์สอบสวนโรคของกระทรวงสาธารณสุข ทีมวิจัยจึงได้ใช้รูปแบบการวิจัยและพัฒนาในการพัฒนาระบบรายงานการเฝ้าระวังโดยเขียนซอฟแวร์ชุดคำสั่ง (MySQL script file) สำหรับดึงข้อมูลการเฝ้าระวังโรคจากระบบสารสนเทศ โรงพยาบาลชุมชนทั้งหมด 14 แห่ง ในจังหวัดน่าน เพื่อรายงานข้อมูลเข้าระบบเฝ้าระวังโรค แทนระบบเดิมที่รวบรวมข้อมูลด้วยการจดบันทึกด้วยมือ และทำการประเมินประสิทธิผลของระบบที่พัฒนาขึ้นด้วยวิธีการผสมผสาน ข้อมูลเชิงปริมาณจากข้อมูลระบบที่รายงานเข้าระบบเฝ้าระวังโรคโดยเก็บข้อมูลจำนวนครั้งการบริการผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจและโรคปอดอักเสบ จำนวน 8,620 ครั้ง และข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องระบบเฝ้าระวังจำนวน 30 คน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติเชิงพรรณนา และเปรียบเทียบประสิทธิผลด้วยสถิติ Paired t-test และ McNemar’s test สำหรับข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา ผลการศึกษา พบว่า 1) ระบบที่พัฒนาขึ้นมีความง่าย ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก ส่งผลกระทบต่องานประจำน้อย 2) มีความเสถียรในการรายงาน 3) มีการเชื่อมต่อข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว 4) ผู้ปฏิบัติให้การยอมรับและให้ความร่วมมือในการส่งข้อมูล และ 5) มีการนำข้อมูลไปใช้ได้ง่ายและรวดเร็ว จึงทำให้สัดส่วนความทันเวลาการรายงานข้อมูลเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) จากร้อยละ 46.67 เป็นร้อยละ 99.17 ของสัปดาห์ทั้งหมดที่ต้องรายงานและความครอบคลุมการตรวจ ATK เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) จากร้อยละ 17.85 เป็นร้อยละ 71.20 ของผู้ป่วยทางเดินหายใจและปอดอักเสบใน 1 สัปดาห์ ดังนั้นกระทรวงสาธารณสุขสามารถนำซอฟแวร์และชุดคำสั่งนี้ไปขยายผลใช้งานในสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดต่าง ๆ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระงานของผู้ปฏิบัติ และช่วยให้ผู้ปฏิบัติทำงานได้ง่ายขึ้น ทำให้ได้ระบบเฝ้าระวังโรคที่มีประสิทธิผลและประสิทธิภาพภายใต้ทรัพยากรบุคลากรที่มีอยู่ |