|
ความชุก ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์และผลกระทบของอาการหลงเหลือภายหลังการติดเชื้อโรคโควิด 19 ในผู้ป่วยโรงพยาบาลสีดา จังหวัดนครราชสีมา ประเทศไทย |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | สุจิตตรา ปงกา |
| Title | ความชุก ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์และผลกระทบของอาการหลงเหลือภายหลังการติดเชื้อโรคโควิด 19 ในผู้ป่วยโรงพยาบาลสีดา จังหวัดนครราชสีมา ประเทศไทย |
| Contributor | กรกานต์ พึ่งน้ำ, นิวัตร แสดขุนทด, ธีรภัทร พรมมันทา |
| Publisher | กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค |
| Publication Year | 2567 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 50 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 1-13 |
| Keyword | โควิด 19 ระยะยาว, ความชุก, อาการหลงเหลือ, ผลกระทบ |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 2651-1649 |
| Abstract | การวิจัยครั้งนี้ เป็นวิจัยแบบภาคตัดขวางเชิงพรรณนา เพื่อศึกษาความชุก ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์และผลกระทบของอาการหลงเหลือภายหลังการติดเชื้อโรค COVID-19 ของผู้ป่วยโรงพยาบาลสีดา จังหวัดนครราชสีมา โดยเป็นการติดตามอาการทางโทรศัพท์หลังจากผู้ป่วยถูกจำหน่ายออกจากโรงพยาบาลแล้ว 9-12 เดือน โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และการวิเคราะห์ถดถอยแบบทวินาม ที่ระดับนัยสำคัญ 5% ผลการวิจัยพบความชุกของผู้ป่วยที่มีอาการหลงเหลืออย่างน้อย 1 อาการ ร้อยละ 84.5 โดยผู้ที่ติดเชื้อโรค COVID-19 รายงานว่าตนเองมีอาการหลงเหลือเฉลี่ย 2-3 อาการ จาก 14 อาการ โดยพบ 1) อาการเหนื่อยล้า 2) อาการปวดข้อและกล้ามเนื้อ 3) อาการหลงลืม และ 4) นอนไม่หลับ ร้อยละ 82.3, 33.6, 33.6 และ 10.5 ตามลำดับ เพศหญิงมีโอกาสเกิดอาการหลงเหลือมากกว่าเพศชาย (AOR=2.71; 95% CI: 1.25-5.87) และผู้ป่วยติดเชื้อโรค COVID-19 ที่แสดงอาการในช่วงแรกรับตั้งแต่ระดับเล็กน้อยจนถึงระดับรุนแรง มีโอกาสเกิดอาการหลงเหลือสูงกว่าผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการสูง (AOR=7.89; 95% CI: 2.34-26.63) นอกจากนี้ยังพบว่าอาการหลงเหลือภายหลังการติดเชื้อโรค COVID-19 ส่งผลกระทบด้านอารมณ์ และด้านจิตใจ มากกว่ากลุ่มที่ไม่มีอาการ (COR=3.93; 95% CI: 1.33-11.66) และ (COR=3.84; 95% CI: 1.70-8.69) ตามลำดับ จากข้อมูลดังกล่าวสามารถนำไปใช้ประกอบการพัฒนานโยบายและแนวทางการดูแลผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากอาการหลงเหลือภายหลังการติดเชื้อโรค COVID-19 อย่างครอบคลุม ตั้งแต่การประเมินอาการ ความเสี่ยง รวมถึงการจัดการอาการอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในระยะแรกรับต่อเนื่องไปจนถึงการดูแลระยะยาวในชุมชน ทั้งนี้เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยปรับตัวและสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้เป็นปกติมากที่สุด |