|
พฤติกรรมของผู้ปกครองในการป้องกันการรับสัมผัสฝุ่นละอองขนาดเล็กในเด็กนักเรียนโรงเรียนประถมศึกษาของรัฐบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | พิชชานันท์ ขจรเพ็ชร |
| Title | พฤติกรรมของผู้ปกครองในการป้องกันการรับสัมผัสฝุ่นละอองขนาดเล็กในเด็กนักเรียนโรงเรียนประถมศึกษาของรัฐบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ |
| Contributor | อาทิตย์ โพธิ์ศรี, ณัฐนารี เอมยงค์, ธนาศรี สีหะบุตร |
| Publisher | กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค |
| Publication Year | 2565 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 48 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 404-414 |
| Keyword | ฝุ่นละอองขนาดเล็ก, โรงเรียนประถมศึกษา, เด็ก, ความรู้, ทัศนคติ, พฤติกรรม |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 2651-1649 |
| Abstract | งานวิจัยแบบภาคตัดขวางครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความรู้ ทัศนคติ พฤติกรรม และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมของผู้ปกครองในการป้องกันการรับสัมผัสฝุ่นละอองขนาดเล็กของเด็กนักเรียนประถมศึกษาในโรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ปกครองของเด็กที่กำลังศึกษาในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 จำนวน 122 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และทดสอบความสัมพันธ์ด้วยสถิติทดสอบไคกำลังสอง หรือการทดสอบของฟิชเชอร์ ผลการศึกษาพบว่า ผู้ปกครองที่ตอบแบบสอบถามมีความรู้และทัศนคติอยู่ในระดับดีร้อยละ 52.50 (ช่วงความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 95: 43.57-61.43) และ 43.44 (ช่วงความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 95: 34.64-52.24) แต่กลับมีพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันการรับสัมผัสฝุ่นละอองขนาดเล็กของบุตรหลานที่อยู่ในระดับดีเพียงร้อยละ 27.00 (ช่วงความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 95: 19.12-34.88) ทั้งนี้ ผู้ปกครองส่วนใหญ่ในสถานศึกษาแห่งนี้ไม่ได้ติดตามสถานการณ์ของฝุ่นละอองขนาดเล็ก อนุญาตให้เด็กทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงที่มีฝุ่นละอองขนาดเล็กในปริมาณสูง และเลือกใช้อุปกรณ์ป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ไม่เหมาะสมให้กับเด็ก เมื่อทำการวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร ผลการศึกษา พบว่า เพศของเด็ก ระดับการศึกษาและทัศนคติของผู้ปกครองมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันการรับสัมผัสฝุ่นละอองขนาดเล็กของเด็กอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ดังนั้น การเพิ่มความตระหนักในเรื่องผลกระทบ ต่อสุขภาพของเด็กจากการสัมผัสฝุ่นละอองขนาดเล็กกลางแจ้งและการใช้หน้ากากป้องกันฝุ่นละอองที่ไม่เหมาะสม รวมถึงการจัดให้มีช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ที่ผู้ปกครองสามารถติดตามคุณภาพอากาศได้ง่ายโดยอาจใช้โรงเรียนเป็นศูนย์กลางในการดำเนินการ จึงเป็นสิ่งจำเป็นในการลดความเสี่ยงจากการรับสัมผัสฝุ่นละอองขนาดเล็กในเด็ก |