การควบคุมสุนัขและโรคพิษสุนัขบ้าในพื้นที่เทศบาลเมืองกระบี่
รหัสดีโอไอ
Creator นพราชย์ อินทองคำ
Title การควบคุมสุนัขและโรคพิษสุนัขบ้าในพื้นที่เทศบาลเมืองกระบี่
Publisher กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค
Publication Year 2564
Journal Title วารสารควบคุมโรค
Journal Vol. 47
Journal No. 4
Page no. 1083-1095
Keyword โรคพิษสุนัขบ้า, เทศบาลเมืองกระบี่
URL Website https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ
Website title เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค
ISSN 2651-1649
Abstract โรคพิษสุนัขบ้าเป็นโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคนที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน การฉีดวัคซีนให้แก่สุนัขเป็นวิธีที่คุ้มค่าในการหยุดการแพร่กระจายของโรค เทศบาลเมืองกระบี่จึงได้ทำการขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยง และฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า เพื่อควบคุมการเลี้ยงสุนัขและแมว มีแหล่งแพร่กระจายโรคพิษสุนัขบ้าน้อยลงจนหมดไปในที่สุด รวมถึงสำรวจความรู้ ทัศนคติ และการปฏิบัติของเจ้าของสัตว์เลี้ยง วิเคราะห์ข้อมูลโดยทดสอบความเป็นอิสระ (chi-squared test) กับตัวแปรต่าง ๆ กำหนดระดับนัยสำคัญที่ 0.05 ซึ่งดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2561-2563 เป็นเวลา 3 ปี ขึ้นทะเบียนพร้อมฉีดวัคซีนให้แก่สัตว์มีเจ้าของได้ 5,472 ตัว และสัตว์จรจัด 2,249 ตัว สามารถขึ้นทะเบียนพร้อมฉีดวัคซีนได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 ของสุนัขและแมวที่มีอยู่ในเขตเทศบาล และการผ่าตัดทำหมันสามารถลดการเพิ่มจำนวนสุนัขและแมวในเขตเทศบาลได้ประมาณ 5,000 ตัว จากกลุ่มประชากร 480 หลังคาเรือน และสอบถามข้อมูลได้ จำนวน 251 ราย คิดเป็นร้อยละ 52.29 ผลการศึกษา ด้านความรู้ พบว่า ส่วนใหญ่เข้าใจผิดว่าโรคพิษสุนัขบ้ารักษาให้หายได้ ร้อยละ 65.16 และเข้าใจผิดว่าสัตว์เป็นโรคพิษสุนัขบ้าต้องดุร้ายทุกตัว ร้อยละ 71.08 ด้านทัศนคติ พบว่า เห็นด้วยกับการนำสัตว์เลี้ยงไปรับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ร้อยละ 92.00 ไม่เห็นด้วยกับการนำสุนัขและแมวที่ไม่ต้องการไปปล่อยทิ้ง ร้อยละ 88.76 และเห็นด้วยกับการไปพบแพทย์เมื่อถูกกัดหรือข่วน ร้อยละ 87.10 ด้านการปฏิบัติในการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า พบว่า สาเหตุหลักที่ไม่สามารถนำสัตว์เลี้ยงไปรับวัคซีนเกิดจากจับไม่ได้ ร้อยละ 46.88 รองลงมา คือ เดินทางลำบาก ร้อยละ 31.25 จากการทดสอบความเป็นอิสระกัน พบว่า ระดับการศึกษามีความสัมพันธ์กับทัศนคติที่เหมาะสมต่อการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value<0.006) อายุและอาชีพมีความสัมพันธ์กับการปฏิบัติที่เหมาะสมต่อการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value=0.001 และ p-value=0.014 ตามลำดับ) ความรู้ที่เพียงพอยังมีความสัมพันธ์กับทัศนคติที่เหมาะสมต่อการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value<0.001) นอกจากนี้ ความรู้ที่เพียงพอและทัศนคติที่เหมาะสมมีความสัมพันธ์กับการปฏิบัติที่เหมาะสมต่อการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value<0.001 และ p-value=0.049 ตามลำดับ) ดังนั้น การให้ความรู้ที่ถูกต้องร่วมกับการสร้างความเข้าใจกฎหมายผ่านหลายช่องทางการสื่อสารเป็นแนวทางสำคัญในการควบคุม ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า โดยทุกภาคส่วนต้องยอมรับว่าโรคพิษสุนัขบ้าเป็นปัญหาและความรับผิดชอบของทุกคน
กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ