|
สภาพแวดล้อมในการทำงาน พฤติกรรมความไม่ปลอดภัยในการทำงาน และอุบัติเหตุจากการทำงานของแรงงานนอกระบบอายุ 45 ปีขึ้นไป ในอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | จันจิราภรณ์ จันต๊ะ |
| Title | สภาพแวดล้อมในการทำงาน พฤติกรรมความไม่ปลอดภัยในการทำงาน และอุบัติเหตุจากการทำงานของแรงงานนอกระบบอายุ 45 ปีขึ้นไป ในอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ |
| Publisher | กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค |
| Publication Year | 2564 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 47 |
| Journal No. | 4 |
| Page no. | 1026-1037 |
| Keyword | แรงงานนอกระบบ, สภาพแวดล้อมในการทำงาน, พฤติกรรมความไม่ปลอดภัย, อุบัติเหตุจากการทำงาน |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 2651-1649 |
| Abstract | การศึกษาเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวางนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาสภาพแวดล้อมในการทำงาน พฤติกรรมการทำงานที่ไม่ปลอดภัย และความชุกของอุบัติเหตุจากการทำงาน รวมทั้งหาความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการทำงานที่ไม่ปลอดภัยกับอุบัติเหตุจากการทำงานของแรงงานนอกระบบอายุ 45 ปีขึ้นไป ในอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 323 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา เช่น ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบไคสแควร์(Chi-Squared Test) ผลการศึกษา พบว่า สภาพแวดล้อมในการทำงานของกลุ่มตัวอย่างมีความเสี่ยงระดับปานกลาง (?X=1.72) เมื่อพิจารณารายประเด็น พบว่า ประเด็นที่มีสภาพแวดล้อมเสี่ยงสูง 2 อันดับแรก คือ สภาพแวดล้อมที่ต้องทำงานกับอุปกรณ์/เครื่องมือที่มีความแหลมคม (?X=2.28) รองลงมา คือ สภาพแวดล้อมที่ต้องทำงานกลางแจ้ง/มีเสียงดัง/แสงสว่างไม่เพียงพอ (?X=2.24) สำหรับพฤติกรรมการทำงานที่ไม่ปลอดภัยของกลุ่มตัวอย่างโดยภาพรวม พบว่า มีความเสี่ยงระดับปานกลาง (?X=1.70) ความชุกของการเกิดอุบัติเหตุในการทำงาน คิดเป็นร้อยละ 69.97 จากการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ พบว่า พฤติกรรมการแต่งกายไม่รัดกุมและเหมาะสมกับงาน มีความสัมพันธ์กับการเกิดอุบัติเหตุอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (OR=0.47, 95 CI% of OR=0.27-0.81, p-value=0.004) พฤติกรรมการลัดขั้นตอนในการทำงาน มีความสัมพันธ์กับการเกิดอุบัติเหตุอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (OR=0.61, 95 CI% of OR=0.38-1.00, p-value=0.030) และพฤติกรรมการไม่ชอบใช้อุปกรณ์ป้องกัน มีความสัมพันธ์กับการเกิดอุบัติเหตุอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (OR=0.44, 95 CI% of OR=0.26-0.74, p-value=0.001) จากการศึกษาสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมที่ไม่ปลอดภัยในการทำงาน พบว่า ทั้งสองปัจจัยมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันในเชิงสนับสนุนหรือเป็นเหตุปัจจัยกระตุ้นให้กลุ่มตัวอย่างปฏิบัติตนในการทำงานที่ไม่เหมาะสม จนอาจนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บจากการทำงาน ดังนั้นจึงเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่าหน่วยงานภาครัฐจำเป็นจะต้องเร่งสร้างข้อบังคับทางกฎหมายในการคุ้มครองและจัดสวัสดิการต่าง ๆ ให้แก่กลุ่มแรงงานนอกระบบอย่างครอบคลุมและทั่วถึง เพื่อจะได้ลดปัญหาสุขภาพ และปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่มีคุณภาพในอนาคต |