|
การศึกษาแยกสายพันธุ์เชื้อวัณโรคด้วยวิธี spoligotyping ในพื้นที่รับผิดชอบของ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | นาสโรน เจ๊ะเล๊าะ |
| Title | การศึกษาแยกสายพันธุ์เชื้อวัณโรคด้วยวิธี spoligotyping ในพื้นที่รับผิดชอบของ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา |
| Contributor | ดาริส มูเก็ม, ตันซีล เหมหมัด, นูรุลซะฮีดะห์ สาแล, เบญจวรรณ เพชรสุขศิริ, เสรี สิงห์ทอง |
| Publisher | กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค |
| Publication Year | 2564 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 47 |
| Journal No. | เพิ่มเติมที่ 1 |
| Page no. | 873-881 |
| Keyword | เชื้อวัณโรค, การตรวจแยกสายพันธุ์เชื้อวัณโรค spoligotyping, พื้นที่รับผิดชอบของ สคร.12 |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 2651-1649 |
| Abstract | วัณโรค เป็นโรคติดต่อที่เป็นปัญหาสาธารณสุขของประเทศไทยและทั่วโลก มีสาเหตุเกิดจากการติดเชื้อ Mycobacterium tuberculosis complex (MTC) ซึ่งปัจจุบันมีข้อมูลการศึกษาเกี่ยวกับความหลากหลายของสายพันธุ์เชื้อวัณโรคในประเทศไทยยังมีน้อย การแยกสายพันธุ์สามารถใช้ประโยชน์ทาง ระบาดวิทยาได้ และใช้ในการสอบสวนโรค ติดตามแหล่งแพร่เชื้อได้ แสดงความหลากหลายของสายพันธุ์ การศึกษาครั้งนี้ใช้วิธี spoligotyping ในการแยกสายพันธุ์ของเชื้อวัณโรค ซึ่งวิเคราะห์จากตำแหน่งบนสาย DNA ที่ซ้ำ (repeat) จำนวน 43 ตำแหน่ง พบสายพันธุ์เชื้อวัณโรค ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา ได้แก่ จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส จังหวัดตรัง จังหวัดสงขลา จังหวัดสตูลและจังหวัดพัทลุง จากผู้ป่วยวัณโรคปอด 138 ราย วิเคราะห์แยกสายพันธุ์ โดยเปรียบเทียบกับข้อมูลสายพันธุ์ในฐานข้อมูลสากล SpolDB4 พบเชื้อวัณโรคที่มีรูปแบบสายพันธุ์ spoligotype 53 รูปแบบ และพบกลุ่มสายพันธุ์ใหม่ที่ยังไม่มีในฐานข้อมูล 35 สายพันธุ์ และมี spoligotype ที่มีรูปแบบแตกต่างกัน 32 รูปแบบ กลุ่มสายพันธุ์ที่พบมากที่สุดคือ East African-Indian (EAI) รองลงมาคือ Beijing ร้อยละ 36.23 (50/138) และ 32.61 (45/138) ตามลําดับ ในกลุ่มสายพันธุ์ EAI พบสายพันธุ์ EAI5 มากที่สุด รองลงมาเป็น EAI6_BGD1 (Bangladesh) และ EAI2_NTB (Nonthaburi) ร้อยละ 36.00 (18/50), 30.00 (15/50) และ 18.00 (9/50) ตามลำดับ วิธีการนี้เหมาะสมในการใช้แยกสายพันธุ์เชื้อวัณโรค เนื่องจากมีความเป็นมาตรฐานสูง มีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยาก พบสายพันธุ์ใหม่จำนวนมาก |