|
ประสิทธิผลการค้นหาผู้ป่วยโรคเรื้อนในชุมชนโดยใช้เครือข่ายแอปพลิเคชันไลน์ ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | นัชชา พรหมพันใจ |
| Title | ประสิทธิผลการค้นหาผู้ป่วยโรคเรื้อนในชุมชนโดยใช้เครือข่ายแอปพลิเคชันไลน์ ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 |
| Contributor | วิสุทธิ์ แซ่ลิ้ม, ตวงพร เอื้ออิฐผล, สุพัตรา สิมมาทัน |
| Publisher | กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค |
| Publication Year | 2564 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 47 |
| Journal No. | 3 |
| Page no. | 621-631 |
| Keyword | โรคเรื้อน, แอปพลิเคชั่นไลน์, อสม. |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 2651-1649 |
| Abstract | จากสถานการณ์และปัญหาความล่าช้าในการค้นพบผู้ป่วยโรคเรื้อน ที่ส่งผลกระทบให้เกิดความพิการในผู้ป่วยโรคเรื้อนรายใหม่ ทั้งที่เกิดจากระบบบริการสาธารณสุขที่ขาดผู้เชี่ยวชาญในการวินิจฉัยโรคเรื้อนในระดับพื้นที่ และประชาชนขาดความรู้ในเรื่องอาการเริ่มแรกของโรคเรื้อน จำเป็นต้องนำเทคโนโลยีและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่เป็นกำลังหลักในการเฝ้าระวังโรคเชิงรุกในชุมชนมาช่วยในการค้นหาผู้ป่วยโรคเรื้อนในชุมชน การวิจัยกึ่งทดลองนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินประสิทธิผลการค้นหาผู้ป่วย โรคเรื้อนในชุมชน โดยใช้เครือข่ายแอปพลิเคชันไลน์ ของ อสม. ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 พื้นที่ทดลองสุ่มได้ตำบลป่าปอ อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น และพื้นที่เปรียบเทียบสุ่มได้แก่ตำบลเพ็กใหญ่ อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น โดยกลุ่มตัวอย่างในพื้นที่ทดลอง ประกอบด้วย อสม. 156 คน ประชาชน 6,383 คน และกลุ่มตัวอย่างในพื้นที่เปรียบเทียบ ประกอบด้วย อสม. 144 คน ประชาชน 6,637 คน ศึกษาตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนกันยายน พ.ศ. 2562 สถิติที่ ใช้ได้แก่ ร้อยละ คะแนนเฉลี่ย S.D. pair t-test Independent t-test และ Z-test ผลการวิจัยพบว่า หลังการทดลอง อสม.กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยความรู้ ทัศนคติเกี่ยวกับโรคเรื้อน และพฤติกรรมการค้นหาผู้สงสัยโรคเรื้อนเพิ่มมากขึ้นกว่าก่อนการทดลอง และดีกว่า อสม.กลุ่มเปรียบเทียบ 2.35 คะแนน 14.34 คะแนน และ 5.35 คะแนน ตามลำดับ (p<0.001) และพบว่า อสม.กลุ่มทดลองสามารถค้นหาผู้สงสัยโรคเรื้อนได้ในอัตราส่วน และความไวที่สูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (ร้อยละ 54.73 และร้อยละ 1.32) ดังนั้นจะเห็นได้ว่าโปรแกรมพัฒนาการค้นหาผู้ป่วยโรคเรื้อนในชุมชนโดยใช้เครือข่ายแอปพลิเคชันไลน์ ของ อสม.เป็นวิธีการหนึ่งที่จะพิจารณานำไปประยุกต์ใช้พัฒนา อสม.ในพื้นที่ที่มีข้อบ่งชี้ทางระบาดวิทยาของโรคเรื้อนต่อไป |