|
การเปรียบเทียบความรู้ของนักเรียนที่มีและไม่มีประสบการณ์ป่วยโรคไข้เลือดออกต่อการได้รับโปรแกรมการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน จังหวัดนครศรีธรรมราช |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | จันทร์จุรีย์ ถือทอง |
| Title | การเปรียบเทียบความรู้ของนักเรียนที่มีและไม่มีประสบการณ์ป่วยโรคไข้เลือดออกต่อการได้รับโปรแกรมการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน จังหวัดนครศรีธรรมราช |
| Contributor | ธิดารัตน์ เอกศิรินิมิตร, เกียรติกำจร กุศล, สุดา ใจห้าว |
| Publisher | กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค |
| Publication Year | 2564 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 47 |
| Journal No. | 3 |
| Page no. | 609-620 |
| Keyword | โปรแกรมการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก, ความรู้, โรงเรียนเป็นฐาน, นักเรียนประถมศึกษา |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 2651-1649 |
| Abstract | ไข้เลือดออกพบมีการระบาดเพิ่มขึ้นในทุกปี โดยเฉพาะในเด็กอายุ 5-14 ปี ซึ่งมีโอกาสเกิดการติดเชื้อซ้ำและมีอาการรุนแรงทำให้เสียชีวิตได้ วัตถุประสงค์การวิจัย เพื่อเปรียบเทียบความรู้การป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกก่อนและหลังได้รับโปรแกรมการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก โดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน และเปรียบเทียบความรู้ระหว่างกลุ่มนักเรียนที่มีและไม่มีประสบการณ์ป่วยโรคไข้เลือดออกก่อนและหลังได้รับโปรแกรม เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม ประเมินสถานการณ์โรคไข้เลือดออกในโรงเรียน วางแผนพัฒนาโปรแกรม ทดลองใช้ ประเมินความรู้ก่อนและหลังดำเนินการ กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 ในจังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 388 คน เป็นผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ป่วยโรคไข้เลือดออก 308 คน และมีประสบการณ์ 80 คน ได้รับโปรแกรม จำนวน 5 กิจกรรม ระยะเวลา 12 สัปดาห์ ประเมินความรู้ด้วยแบบสอบถามความรู้การป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก วิเคราะห์ข้อมูลเปรียบเทียบความรู้ก่อนและหลังได้รับโปรแกรม ด้วยสถิติ Wilcoxon signed-rank test และเปรียบเทียบความรู้ระหว่างกลุ่มด้วยสถิติ Mann-Whitney U test ผลการวิจัยพบว่า ความรู้การป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกก่อนและหลังได้รับโปรแกรม ของแต่ละกลุ่มมีความแตกต่างกัน (p<0.01) ความรู้ระหว่างกลุ่มทั้งก่อนและหลังได้รับโปรแกรม ไม่แตกต่างกัน (p>0.01) แสดงว่าโรงพยาบาล หรือ สถานบริการ อาจจะไม่ได้ให้ความรู้เรื่องการป้องกันไข้เลือดออกแก่นักเรียนที่เจ็บป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกอย่างมีประสิทธิภาพ แต่อย่างไรก็ตามควรพัฒนาโปรแกรมในแต่ละกลุ่มให้แตกต่างกัน โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียนที่มีประสบการณ์ป่วย โดยเน้นบทบาทผู้ดูแล และให้นักเรียนนำความรู้จากประสบการณ์เดิมมาปฏิบัติเพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำได้ |