|
ประสิทธิผลของรูปแบบการป้องกันการได้รับบาดเจ็บจากการทำงานต่ออัตราการเกิดอุบัติการณ์ที่เกิดขึ้นจากการทำงานของแรงงานนอกระบบ: กรณีศึกษาในกลุ่มผู้ประกอบอาชีพแปรรูปปลาสลิด ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | สุรวิทย์ นันตะพร |
| Title | ประสิทธิผลของรูปแบบการป้องกันการได้รับบาดเจ็บจากการทำงานต่ออัตราการเกิดอุบัติการณ์ที่เกิดขึ้นจากการทำงานของแรงงานนอกระบบ: กรณีศึกษาในกลุ่มผู้ประกอบอาชีพแปรรูปปลาสลิด ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ |
| Contributor | ศรีรัตน์ ล้อมพงศ์, ทนงศักดิ์ ยิ่งรัตนสุข |
| Publisher | กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค |
| Publication Year | 2564 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 47 |
| Journal No. | 3 |
| Page no. | 506-517 |
| Keyword | แรงงานนอกระบบ, อุบัติการณ์, ผู้ประกอบอาชีพแปรรูปปลาสลิด, รูปแบบการป้องกันการได้รับบาดเจ็บจากการทำงาน |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 2651-1649 |
| Abstract | การวิจัยกึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียววัดผลก่อนและหลังการทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินประสิทธิผลของรูปแบบการป้องกันการได้รับบาดเจ็บจากการทำงานต่ออัตราการเกิดอุบัติการณ์ที่เกิดขึ้นจากการทำงานของแรงงานนอกระบบในกลุ่มผู้ประกอบอาชีพแปรรูปปลาสลิด กลุ่มตัวอย่างศึกษา จำนวน 30 คน มีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง ศึกษาโดยใช้แบบสอบถามข้อมูลทั่วไปและพฤติกรรมความปลอดภัย แบบสังเกตพฤติกรรมความปลอดภัย และแบบบันทึกการเกิดอุบัติการณ์จากการทำงาน รูปแบบการป้องกันการได้รับบาดเจ็บจากการทำงานที่นำมาทดลองใช้กับกลุ่มตัวอย่างเป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์ มี 5 องค์ประกอบ คือ (1) การชี้บ่งอันตราย (2) การให้ความรู้ (3) การติดตามและสังเกตพฤติกรรม (4) การสร้างแรงกระตุ้น และ (5) การสร้างการมีส่วนร่วม ประเมินผลรูปแบบโดยการวัดพฤติกรรมความปลอดภัยจากการสังเกตพฤติกรรมและวัดอัตราการเกิดอุบัติการณ์จากบันทึกผลการเกิดอุบัติการณ์ทุกสัปดาห์ตั้งแต่ช่วงก่อนจนถึงสิ้นสุดการนำรูปแบบมาทดลองใช้ทั้งหมด 5 ครั้ง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาแสดง จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าต่ำสุด และค่าสูงสุด และสถิติเชิงอนุมานใช้ Repeated Measures ANOVA ผลการวิจัย พบว่า หลังนำรูปแบบฯ มาทดลองใช้ทำให้อัตราการเกิดอุบัติการณ์มีแนวโน้มลดลง ร้อยละพฤติกรรมความปลอดภัยในการทำงานเพิ่มมากขึ้นทุกสัปดาห์ และอัตราการเกิดอุบัติการณ์ลดลงแตกต่างจากช่วงก่อนนำรูปแบบมาทดลองใช้อย่างมีนัยสำคัญสถิติ (p = 0.001) ผลการศึกษาครั้งนี้สามารถนำรูปแบบการป้องกันการได้รับบาดเจ็บจากการทำงานของแรงงานนอกระบบร่วมกับการมีส่วนร่วมของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องไปใช้เป็นแนวทางในการสร้างพฤติกรรมความปลอดภัยในการทำงานให้ดีขึ้นเพื่อนำไปสู่การลดอัตราการเกิดอุบัติการณ์ที่เกิดขึ้นจากการทำงานต่อไป |