|
ผลของโปรแกรมสร้างเสริมความรอบรู้ด้านการป้องกันโรคไข้เลือดออก โดยประยุกต์แบบจำลองข้อมูลข่าวสาร แรงจูงใจ และทักษะทางพฤติกรรม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ชวนพิศ จักขุจันทร์ |
| Title | ผลของโปรแกรมสร้างเสริมความรอบรู้ด้านการป้องกันโรคไข้เลือดออก โดยประยุกต์แบบจำลองข้อมูลข่าวสาร แรงจูงใจ และทักษะทางพฤติกรรม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร |
| Contributor | ขวัญเมือง แก้วดำเกิง, ธราดล เก่งการพานิช |
| Publisher | กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค |
| Publication Year | 2564 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 47 |
| Journal No. | 3 |
| Page no. | 479-489 |
| Keyword | ความรอบรู้ด้านสุขภาพ, การป้องกันโรคไข้เลือดออก, แบบจำลองข้อมูลข่าวสารแรงจูงใจและทักษะทางพฤติกรรม, นักเรียนชั้นประถมศึกษา |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 2651-1649 |
| Abstract | เด็กไทยในช่วงอายุ 10-14 ปี มีอัตราป่วยโรคไข้เลือดออกสูงที่สุดในรอบ 4 ปีที่ผ่านมาการส่งเสริมให้เด็กวัยนี้มีความสามารถในการป้องกันโรคไข้เลือดออกด้วยตนเองจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ การวิจัยกึ่งทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมสร้างเสริมความรอบรู้ด้านการป้องกันโรคไข้เลือดออก โดยประยุกต์แบบจำลองข้อมูลข่าวสาร แรงจูงใจ และทักษะทางพฤติกรรมในนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร 2 แห่ง จำนวน 50 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบ กลุ่มละ 25 คน โดยกลุ่มทดลองได้เข้าร่วมโปรแกรมที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น จำนวน 8 กิจกรรม ใช้ระยะเวลา 8 สัปดาห์ ส่วนกลุ่มเปรียบเทียบได้รับการเรียนการสอนตามหลักสูตรปกติของโรงเรียน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา เปรียบเทียบความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยด้วยสถิติเชิงอนุมาน ผลการทดลองพบว่า ภายหลังการทดลองกลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยความรอบรู้ด้านการป้องกันโรคไข้เลือดออก การรับรู้ความสามารถของตนเองในการป้องกันโรคไข้เลือดออก และพฤติกรรมในการป้องกันโรคไข้เลือดออกเพิ่มขึ้นมากกว่าก่อนการทดลองและมากกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ดังนั้นโปรแกรมนี้จึงสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับกลุ่มตัวอย่างที่คล้ายคลึงกัน โดยปรับเทคนิคการจัดกิจกรรมให้เหมาะสมสอดคล้องกับความสนใจและการเรียนรู้ของนักเรียน |