|
การศึกษาความพร้อมการจัดบริการคัดกรองโดยใช้เครื่องวัดความดันโลหิตที่สามารถส่งข้อมูลผ่านระบบออนไลน์แบบอัตโนมัติในชุมชนโดยอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | อรรถเกียรติ กาญจนพิบูลวงศ์ |
| Title | การศึกษาความพร้อมการจัดบริการคัดกรองโดยใช้เครื่องวัดความดันโลหิตที่สามารถส่งข้อมูลผ่านระบบออนไลน์แบบอัตโนมัติในชุมชนโดยอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน |
| Contributor | ภัทระ แสนไชยสุริยา |
| Publisher | กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค |
| Publication Year | 2564 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 47 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 278-288 |
| Keyword | เครื่องวัดความดันโลหิต, อินเทอร์เน็ต, อาสาสมัครสาธารณสุข, คัดกรอง, ความพร้อม |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 2651-1649 |
| Abstract | บทนำ การสำรวจการรับรู้ และความคิดเห็นในการนำเครื่องวัดความดันโลหิตแบบส่งข้อมูลออนไลน์ไปใช้ประโยชน์ของ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) 587 คน (อัตราตอบกลับร้อยละ 93.0) สนทนากลุ่ม 5 กลุ่ม จำนวน 27 คน และสัมภาษณ์บุคลากรประจำโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 6 คน ในเขตพื้นที่ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่, อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี, อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น และอำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ระหว่างเดือน พฤศจิกายน ถึง ธันวาคม พ.ศ.2562 ผลการศึกษา อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (ร้อยละ 83.0) อายุเฉลี่ย 54.8 ปี (SD=10.0) จบการศึกษาระดับประถมศึกษาหรือน้อยกว่า (ร้อยละ 53.3) ประกอบอาชีพเกษตรกรรมหรือรับจ้าง ทั่วไปหรือแม่บ้าน/ไม่มีอาชีพ (ร้อยละ 85.3) ปฏิบัติหน้าที่มานานกว่าสิบปี (ร้อยละ 57.2) ได้รับการอบรมการใช้เครื่องวัดความดันโลหิตเกือบทุกคน (ร้อยละ 94.3) หมู่บ้านส่วนใหญ่มีเครื่องวัดความดันโลหิตหนึ่งเครื่อง (ร้อยละ 60) อุปสรรคสำคัญคือ จำนวนเครื่องไม่เพียงพอกับการใช้งาน (ร้อยละ 55.7) กิจกรรมที่มีการใช้เครื่องวัดความดันโลหิต ได้แก่ การคัดกรองความดันโลหิตสูงปีละหนึ่งครั้ง และกิจกรรมการเยี่ยมบ้าน โดยเฉพาะ ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วย และติดตามคัดกรองที่บ้านกรณีที่กลุ่มเป้าหมายไม่ได้รับการคัดกรองประจำปี การมีเครื่องวัดความดันโลหิตช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือต่ออาสาสมัครสาธารณสุข ยังมีความกังวลด้านความปลอดภัยด้านข้อมูล ถ้าเชื่อมข้อมูลกับบัตรประชาชน บางส่วนให้การยอมรับแอพพลิชั่นที่ช่วยในการบันทึกและรายงานผล แม้ว่าต้องเสียค่าใช้จ่ายในการต่ออินเทอร์เน็ตเอง อย่างไรก็ตาม มีส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะอาสาสมัครผู้สูงวัย ที่ไม่คุ้นเคยกับการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีสื่อสาร สรุป อาสาสมัครสาธารณสุขจำนวน 1 ใน 3 เป็นผู้สูงอายุ และมากกว่าครึ่งมีการศึกษาต่ำกว่าระดับประถมศึกษา และยังไม่มีสมาร์ทโฟนที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ การใช้สมาร์ทโฟน และอินเทอร์เน็ต ยังเป็นเพียงการใช้เพื่อการสื่อสารทั่วไป อาสาสมัครสาธารณสุขยังไม่พร้อมต่อการใช้เครื่องวัดความดันโลหิตที่เชื่อมโยงข้อมูลออนไลน์ หรือแอพพลิเคชั่นสำหรับบันทึกข้อมูล ทั้งในแง่ความสนใจ และอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต อย่างไรก็ตามการใช้อินเตอร์เน็ตในกลุ่มผู้ใหญ่ตอนปลาย และผู้สูงอายุมีแนวโน้มสูงขึ้น การเตรียมความพร้อมการใช้เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตในกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น และเป็นไปได้ |