|
ประสิทธิผลของโปรแกรมช่วยเลิกบุหรี่ในสถานบริการสาธารณสุข ในจังหวัดนครราชสีมา |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ปานทิพย์ โชติเบญจมาภรณ์ |
| Title | ประสิทธิผลของโปรแกรมช่วยเลิกบุหรี่ในสถานบริการสาธารณสุข ในจังหวัดนครราชสีมา |
| Contributor | วิไลลักษณ์ หฤหรรษพงศ์ , ฐิติพร กันวิหค, สุทัศน์ รุ่งเรืองหิรัญญา |
| Publisher | กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค |
| Publication Year | 2563 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 46 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 266-218 |
| Keyword | การช่วยเลิกบุหรี่, วาเร็นนิคลีน |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 2651-1649 |
| Abstract | การสูบบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพอันดับหนึ่งสำหรับภาระโรคในประเทศไทย โดยในปี พ.ศ. 2557 พบว่า มีผู้เสียชีวิตจากโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ 55,000 ราย (ร้อยละ 11.2 ของการเสียชีวิตทั้งหมด) องค์การอนามัยโลกได้กำหนดแนวทางปฏิบัติทางคลินิกสำหรับบุคลากรทางการแพทย์เพื่อช่วยให้ผู้สูบบุหรี่เลิกสูบ โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนาที่อัตราการสูบบุหรี่ยังคงเพิ่มขึ้น การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินประสิทธิผลของโปรแกรมช่วยเลิกบุหรี่ โดยการให้คำปรึกษา ร่วมกับการใช้ยา varenicline ในสถานบริการสาธารณสุขของจังหวัดนครราชสีมา ทำการศึกษาแบบสองกลุ่มคือ มีกลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบ ในผู้ติดบุหรี่ จำนวน 2,000 ราย ที่เข้ารับการรักษาตั้งแต่ตุลาคม 2560 - กันยายน 2561 ในโรงพยาบาล 32 แห่ง และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในจังหวัดนครราชสีมา ใช้ระยะเวลาดำเนินโปรแกรม 12 สัปดาห์ และติดตามสถานะการสูบบุหรี่ของผู้เข้าร่วมในการศึกษาที่ 14 วัน 12 สัปดาห์ และ 24 สัปดาห์ กลุ่มทดลอง ได้แก่ ผู้ที่สูบบุหรี่หนัก หรือมีโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หรือเคยพยายามเลิกบุหรี่แต่ไม่สำเร็จ และต้องการเลิกบุหรี่ จำนวน 1,000 ราย จะได้รับการให้คำปรึกษา และยา varenicline ส่วนกลุ่มเปรียบเทียบ ได้แก่ ผู้สูบบุหรี่อื่น ในกลุ่มผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือผู้ป่วยโรคอื่น และต้องการเลิกบุหรี่ จำนวน 1,000 ราย ได้รับการให้คำปรึกษาเพื่อเลิกบุหรี่ โดยผู้เข้าร่วมในการศึกษาต้องมีอายุ 15 ปีขึ้นไป และประสงค์จะเลิกบุหรี่ พร้อมทั้งมีข้อบ่งชี้ตามที่กำหนด การคัดออกในกรณีผู้ป่วยจิตเวชและผู้ป่วยที่ติดยาเสพติด ผลการศึกษาพบว่า อัตราการเลิกบุหรี่อย่างต่อเนื่อง 24 สัปดาห์ (6 เดือน) ในกลุ่มทดลอง (การให้คำปรึกษา ร่วมกับให้ยา varenicline ) (ร้อยละ 39.3) สูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ (การให้คำปรึกษา) (ร้อยละ 15.3) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (OR = 3.58, 95% CI = 2.89-4.44, p<0.001) สรุป : การศึกษา ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิผลของโปรแกรมช่วยเลิกบุหรี่ในสถานบริการสาธารณสุขของประเทศไทย โดยโปรแกรมการให้คำปรึกษา ร่วมกับการให้ยา varenicline มีประสิทธิผลช่วยให้เลิกบุหรี่ได้มากกว่าการให้คำปรึกษาเพียงอย่างเดียว 2-3 เท่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรพิจารณากำหนดแนวทางการให้ยาช่วยเลิกบุหรี่ ร่วมกับการให้คำปรึกษาในผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด |