|
ผลการพัฒนารูปแบบการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก โดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายอำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ ปี 2559 |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ชาญชัย เจริญสุข |
| Title | ผลการพัฒนารูปแบบการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก โดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายอำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ ปี 2559 |
| Publisher | กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค |
| Publication Year | 2562 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 45 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 31-41 |
| Keyword | โรคไข้เลือดออก, ภาคีเครือข่าย, การมีส่วนร่วม |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 2651-1649 |
| Abstract | ในปี 2558 อำเภอเกษตรสมบูรณ์ พบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกสูงที่สุดในรอบ 10 ปี ปัญหาที่สำคัญคือ การใช้สารเคมีไม่ได้ผล ประชาชนไม่กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในบ้านตนเอง ภาคส่วนต่าง ๆ ไม่ให้ความสำคัญในการป้องกันโรค จึงได้มีการพัฒนารูปแบบการดำเนินงาน โดยให้ภาคีเครือข่ายเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก โดยใช้รูปแบบการวิจัยเชิงปฏิบัติการ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการพัฒนารูปแบบการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกโดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย เครื่องมือที่ใช้คือ แบบสังเกต แบบสำรวจลูกน้ำยุงลาย รายงาน 506 ใช้สถิติเชิงพรรณนาคือ ร้อยละ ค่ามัธยฐาน ค่าต่ำสุด-สูงสุด สถิติเชิงอนุมานคือ Mann Whitney-U test และ Wilcoxon rank-sum test พบว่า ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายระดับอำเภอ โดยเน้นการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายโดยวิธีกายภาพและชีวภาพ หน่วยงานสาธารณสุขมีหน้าที่ติดตามประเมินผลตามเกณฑ์การประกวดหมู่บ้านสะอาดปลอดลูกน้ำยุงลาย ปีละ 3 ครั้ง มีการคืนข้อมูลให้ภาคีเครือข่ายทุกครั้ง ทำให้รู้สถานการณ์ความเสี่ยงในแต่ละหมู่บ้าน นำไปสู่การดำเนินงานในระดับตำบลและหมู่บ้านตามบริบทของพื้นที่ โดยภาคีเครือข่ายมีการดำเนินงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายคือ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และผู้นำชุมชน ดำเนินการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในหมู่บ้าน องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นสนับสนุนงบประมาณและสารเคมีในการควบคุมโรค จากการสังเกตพบว่า ประชาชนให้ความสำคัญในการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในบ้านตนเอง มีการทำฝาโอ่งโดยใช้มุ้งเขียวขอบไม้ไผ่ ซึ่งสามารถทำได้เอง บางหมู่บ้าน อสม. และผู้นำชุมชนทำแจก รวมทั้งมีการปล่อยปลากระดี่ในภาชนะที่มีน้ำขัง ซึ่งปลากระดี่สามารถหาได้ง่ายในธรรมชาติและทน ทำให้การควบคุมโรคมีความยั่งยืนและลดการใช้สารเคมี พบว่า ค่ามัธยฐานของดัชนีลูกน้ำยุงลาย (HI) ในปี 2558 เท่ากับ 10.0 (Min-Max = 2.5-32.5) ปี 2559 เท่ากับ 7.5 (Min-Max = 0.0-20.0) โดยปี 2558 มีค่าสูงกว่าในปี 2559 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (p<0.001) ค่ามัธยฐานของอัตราป่วยโรคไข้เลือดออกต่อแสนคน ในปี 2558 เท่ากับ 192.6 (Min-Max = 0.0-899.1) ปี 2559 เท่ากับ 0.0 (Min-Max = 0.0- 468.4) โดยปี 2558 มีค่ามากกว่าปี 2559 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (p<0.001) สรุปว่า ดัชนีลูกน้ำยุงลายและจำนวนผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกในปี 2559 ลดลงเมื่อเทียบกับปี 2558 เนื่องจากภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน โดยใช้วิธีการที่ชุมชนสามารถดำเนินการเองได้ มีการประเมินผลและคืนข้อมูลให้แก่ภาคีเครือข่ายที่ดี ทำให้เกิดความตระหนัก และให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก |