|
ผลการปฏิบัติตามนโยบายการรักษาวัณโรค แบบพักรักษาตัวในโรงพยาบาล สำหรับผู้ป่วยวัณโรคเสมหะพบเชื้อ : กรณีศึกษาพื้นที่สาธารณสุขเขต 18 |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ชัยรัตน์ เตชะไตรศักดิ์ |
| Title | ผลการปฏิบัติตามนโยบายการรักษาวัณโรค แบบพักรักษาตัวในโรงพยาบาล สำหรับผู้ป่วยวัณโรคเสมหะพบเชื้อ : กรณีศึกษาพื้นที่สาธารณสุขเขต 18 |
| Contributor | นภดล เกษจรัล, ภาวสุทธิ์ ฉัตรจันทรวงศ์, นิภา แช่มชัย |
| Publisher | กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค |
| Publication Year | 2561 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 44 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 63-76 |
| Keyword | นโยบายการรักษาวัณโรคแบบพักรักษาตัวในโรงพยาบาล, ความรู้ ทัศนคติ การปฏิบัติตัว, อัตราเสมหะกลับเป็นลบ, พื้นที่สาธารณสุขเขต 18, ประเทศไทย |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 1685-6481 |
| Abstract | การวิจัยกึ่งทดลองครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการปฏิบัติตามนโยบายการรักษาวัณโรคแบบพักรักษาตัวในโรงพยาบาล สำหรับผู้ป่วยวัณโรคเสมหะพบเชื้อ ในพื้นที่สาธารณสุขเขต 18 (เขตรับผิดชอบของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 8 จังหวัดนครสวรรค์ (ชื่อเดิม สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 3 จังหวัดนครสวรรค์) โดยเปรียบเทียบความรู้เรื่องวัณโรค ทัศนคติต่อการรักษาแบบพักรักษาตัวในโรงพยาบาล และการปฏิบัติตัวของผู้ป่วยก่อนและหลังการรักษาแบบพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ประเมินความพึงพอใจของผู้ป่วย และประเมินอัตราเสมหะกลับเป็นลบ เมื่อสิ้นสุดการรักษาระยะเข้มข้น ตลอดจนสัมภาษณ์พยาบาลซึ่งดูแลผู้ป่วยวัณโรคที่ตึกผู้ป่วยใน และเจ้าหน้าที่คลินิกวัณโรค ประชากรศึกษาคือผู้ป่วยวัณโรคปอดรายใหม่เสมหะพบเชื้อ ซึ่งขึ้นทะเบียนรักษา ณ โรงพยาบาลสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในจังหวัดนครสวรรค์ กำแพงเพชร พิจิตรและอุทัยธานี ระหว่างเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม 2552 และได้รับการรักษาแบบเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ซึ่งผู้ป่วยได้รับ ความรู้เรื่องวัณโรคตั้งแต่ก่อนเริ่มการรักษา ระหว่างการพักรักษาตัวในโรงพยาบาล มีพยาบาลตึกผู้ป่วยกำกับการกินยาทุกมื้อ และเจ้าหน้าที่คลินิกวัณโรคเยี่ยมผู้ป่วยทุกวัน มีทีมวิจัยสุ่มเยี่ยมเพื่อติดตามการรักษา และอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา ผู้ป่วยได้รับความรู้พร้อมญาติก่อนการจำหน่ายออกจากโรงพยาบาล หลังการจำหน่ายเป็นผู้ป่วยนอก มีเจ้าหน้าที่หรืออาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) เป็นพี่เลี้ยงกำกับการกินยา กรณี อสม. เป็นพี่เลี้ยง มีการเยี่ยมบ้านโดยเจ้าหน้าที่คลินิกวัณโรคทุกสัปดาห์ จนครบ 2 เดือน มีการสุ่มเยี่ยมบ้านโดยทีมวิจัย ผลการศึกษาพบว่า มีผู้ป่วยวัณโรคปอดรายใหม่เสมหะพบเชื้อ 78 ราย ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย ร้อยละ 69.2 อายุระหว่าง 55-64 ปี อายุเฉลี่ย 52.7 ปี อาชีพรับจ้าง และรายได้ระหว่าง 1,000-4,999 บาท/เดือน ได้รับการรักษาแบบเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ผู้ป่วยส่วนใหญ่ (ร้อยละ 47.4) อยู่โรงพยาบาล 8-14 วัน รองลงมาเป็น ร้อยละ 30.8 อยู่โรงพยาบาลนาน 15-21 วัน และร้อยละ 20.5 อยู่โรงพยาบาลนาน 1-7 วัน คะแนนเฉลี่ยของความรู้ ทัศนคติ และการปฏิบัติตัวหลังการรักษาสูงกว่าก่อนการรักษาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (paired t-test p-value 0.000, 0.000 และ 0.019 ตามลำดับ) ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีความพึงพอใจระดับมากในทุกประเด็น ยกเว้นเรื่องอาหารและระยะเวลาของการพักรักษาตัวในโรงพยาบาล อัตราเสมหะกลับเป็นลบเมื่อสิ้นสุดการรักษาระยะเข้มข้น (ร้อยละ 87.2) สูงกว่าค่าเป้าหมาย ในมุมมองของพยาบาลและเจ้าหน้าที่คลินิกวัณโรค นโยบายฯ มีประโยชน์ต่อผู้ป่วย เนื่องจากได้รับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ มีการเฝ้าระวังและดูแลรักษาอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาอย่างใกล้ชิด มีการดูแลภาวะแทรกซ้อน ญาติได้รับความรู้ แต่การเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นการเพิ่มภาระงานและค่าใช้จ่ายต่อโรงพยาบาลและญาติ เพิ่มความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อในโรงพยาบาล ควรคัดเลือกเฉพาะผู้ป่วยบางราย และควรพิจารณาทางเลือกอื่นๆ เช่น การเยี่ยมบ้าน การดูแลโดยชุมชน |