การวิเคราะห์ความต้องการจำเป็นเพื่อพัฒนาหลักสูตรสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันการเป็นโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4ในพื้นที่ 3 จังหวัด ใกล้ลุ่มน้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
รหัสดีโอไอ
Creator ธิดารัตน์ เลิศวิทยากุล
Title การวิเคราะห์ความต้องการจำเป็นเพื่อพัฒนาหลักสูตรสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันการเป็นโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4ในพื้นที่ 3 จังหวัด ใกล้ลุ่มน้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
Contributor ธีรชัย เนตรถนอมศักดิ์, วัชรินทร์ ลอยลม
Publisher กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค
Publication Year 2561
Journal Title วารสารควบคุมโรค
Journal Vol. 44
Journal No. 4
Page no. 349-362
Keyword ความต้องการที่จำเป็น, การพัฒนาหลักสูตร, พยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี
URL Website https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ
Website title เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค
ISSN 2651-1649
Abstract การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับสภาพปัญหาสุขภาวะโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีของชุมชน ด้านความรู้ ความเข้าใจ ทัศนคติ ความเชื่อ พฤติกรรมการบริโภค และสภาวะชุมชน นำมาวิเคราะห์ความต้องการที่จำเป็นในการพัฒนาหลักสูตรสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันการเป็นโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4 ผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4 ผู้ปกครอง ผู้นำชุมชน และบุคลากรด้านสุขภาพ ในพื้นที่ที่มีความชุกของโรคนี้ 3 ลุ่มน้ำ คือ ลุ่มน้ำมูล (จังหวัดสุรินทร์) ลุ่มน้ำชี (จังหวัดร้อยเอ็ด) และลุ่มน้ำสงคราม (จังหวัดนครพนม) ดำเนินการวิจัยเชิงคุณภาพโดยการสนทนากลุ่ม เครื่องมือวิจัย ได้แก่ แนวทางการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า ทุกกลุ่มเห็นด้วยกับความจำเป็นในการพัฒนาหลักสูตรนี้ ผู้วิจัยจึงได้จำแนกประเด็นพิจารณาในการพัฒนาหลักสูตรดังนี้ (1) หลักสูตรที่จะพัฒนา (2) องค์ความรู้และพฤติกรรมการกินดิบ (3) สภาพการจัดหลักสูตรและการเรียนการสอน (4) แนวโน้มความร่วมมือของชุมชน และ (5) การพัฒนาครูและเครือข่ายความร่วมมือ
กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ