|
การเปรียบเทียบความรู้ ทัศนคติ แรงสนับสนุนทางสังคมและพฤติกรรมการป้องกันโรคไข้เลือดออกของประชาชนในตำบลที่มีการระบาดกับตำบลที่ไม่มีการระบาด ในพื้นที่อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | อภิชัย คุณีพงษ์ |
| Title | การเปรียบเทียบความรู้ ทัศนคติ แรงสนับสนุนทางสังคมและพฤติกรรมการป้องกันโรคไข้เลือดออกของประชาชนในตำบลที่มีการระบาดกับตำบลที่ไม่มีการระบาด ในพื้นที่อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี |
| Contributor | เสมอ วุฒิ |
| Publisher | กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค |
| Publication Year | 2561 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 44 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 102-110 |
| Keyword | ความรู้, ทัศนคติ, แรงสนับสนุนทางสังคม, พฤติกรรมการป้องกันโรคไข้เลือดออก |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 1685-6481 |
| Abstract | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบความรู้ ทัศนคติ แรงสนับสนุนทางสังคมและพฤติกรรมการป้องกันโรคไข้เลือดออกของประชาชนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านที่มีการระบาด และไม่มีการระบาดของโรคไข้เลือดออกในพื้นที่อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี กลุ่มตัวอย่างคือ ตัวแทนครัวเรือนที่มีอายุ 20-60 ปี จำนวน 291 รายเครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาเป็นแบบสัมภาษณ์ซึ่งผ่านการทดสอบคุณภาพอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (independent t-test) ผลการวิจัยเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มตัวอย่างของหมู่บ้านที่มีการระบาดของโรคไข้เลือดออกและหมู่บ้านที่ไม่มีการระบาดของโรคไข้เลือดออกพบว่า ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุเฉลี่ยเท่ากับ 35.9 และ38.1 ปี มีความรู้เฉลี่ย 9.6 และ 10.5 คะแนน ทัศนคติเฉลี่ย 43.4 และ 41.2 คะแนน แรงสนับสนุนทางสังคมเฉลี่ย 17.0 และ 19.2 คะแนน และพฤติกรรมการป้องกันโรคไข้เลือดออกเฉลี่ย 33.8 และ 36.6 คะแนน ตามลำดับผลการเปรียบเทียบพบว่า กลุ่มตัวอย่างของหมู่บ้านที่มีการระบาดของโรคไข้เลือดออกจะมีคะแนนเฉลี่ยของความรู้แรงสนับสนุนทางสังคม และพฤติกรรมการป้องกันโรคไข้เลือดออก ต่ำกว่ากลุ่มตัวอย่างของหมู่บ้านที่ไม่มีการระบาดของโรคไข้เลือดออกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 นอกจากทัศนคติที่กลุ่มตัวอย่างของหมู่บ้านที่มีการระบาดมีระดับสูงกว่าหมู่บ้านที่ไม่มีการระบาด อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ บุคลากรสาธารณสุขควรให้ความสำคัญกับการอบรมให้ความรู้ด้านการป้องกันโรคไข้เลือดออก ให้การสนับสนุนอำนวยความสะดวก สร้างแรงจูงใจ และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันโรคไข้เลือดออกในชุมชน |