ผลการรักษาของผู้เข้าโครงการการปรับปรุงการเข้าถึงระบบบริการการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ และการรักษาด้วยยาต้านไวรัสเอดส์ในประเทศไทย
รหัสดีโอไอ
Creator ชีวนันท์ เลิศพิริยสุวัฒน์
Title ผลการรักษาของผู้เข้าโครงการการปรับปรุงการเข้าถึงระบบบริการการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ และการรักษาด้วยยาต้านไวรัสเอดส์ในประเทศไทย
Contributor พรทิพย์ ยุกตานนท์, ศรีลัย เรืองชัย
Publisher สถาบันวิจัย จัดการความรู้ และมาตรฐานการควบคุมโรค
Publication Year 2560
Journal Title วารสารควบคุมโรค
Journal Vol. 43
Journal No. 2
Page no. 158-171
Keyword ผลการรักษา, การรักษาด้วยยาต้านไวรัส, เอชไอวี/เอดส์
URL Website https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ
Website title เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค
ISSN 1685-6481
Abstract โครงการการเข้าถึงระบบบริการยาต้านไวรัสระดับชาติ สำหรับผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ (NAPHA) ได้เริ่มในปี พ.ศ. 2547 เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาต้านไวรัสเพิ่มขึ้น และได้ขยายโครงการในปี พ.ศ. 2549 ชื่อโครงการ NAPHA Extension โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ป่วยที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงสิทธิระบบประกันสุขภาพ การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลการรักษาของผู้เข้าโครงการ NAPHA Extension เป็นการศึกษาเชิงพรรณนา โดยใช้ข้อมูลทุติยภูมิจากฐานข้อมูลการรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวีหรือผู้ป่วยเอดส์ในโครงการ ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2549 จนถึง 30 กันยายน 2558 ซึ่งไม่รวมประชากรที่อายุน้อยกว่า 15 ปี และประชากรที่เป็นหญิงตั้งครรภ์ หรือผู้หญิงที่มารับยาต้านไวรัสเพื่อป้องกันการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก ผลการศึกษาพบว่า มีผู้ป่วยลงทะเบียนสะสมในโครงการทั้งสิ้น 7,026 ราย ในจำนวนนี้เป็นเพศหญิงร้อยละ 52.4 เพศชายร้อยละ 47.6 มีอายุเฉลี่ย 35 ปี (SD = 8.4) เป็นประชากรข้ามชาติร้อยละ 61.7 และร้อยละ 70.3 ของผู้ที่ยังไม่เคยกินยาต้านไวรัสมาก่อน มีระดับ CD4 เมื่อแรกเข้าโครงการ <200 cells/mm3 อัตราความครอบคลุมของการตรวจหาปริมาณระดับไวรัสในกระแสเลือด (VL) เพื่อประเมินผลการรักษาในหนึ่งปีแรกหลังเริ่มยาต้านไวรัส เพิ่มขึ้นจาก ร้อยละ 3.9 ของผู้ป่วยในปี 2549 เป็นร้อยละ 30.2 ในปี 2557 และสัดส่วนของผู้ป่วยที่สามารถกดระดับ VL <50 copies/ml เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 75.0 ในปี 2549 เป็นร้อยละ 84.3 ในปี 2557 อัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ร้อยละ 4.0 ในปี 2558 สำหรับอัตราการขาดการติดตามการรักษา >90 วัน หลังวันนัดครั้งสุดท้าย มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากร้อยละ 5.3 ในปี 2549 เป็นร้อยละ 50.5 ในปี 2558 สรุปได้ว่า ประสิทธิผลของการรักษาผู้ป่วยในช่วงหนึ่งปีแรกหลังเริ่มยามีแนวโน้มดีขึ้น แต่ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาช้า มีการขาดการติดตามการรักษาเพิ่มขึ้น และความครอบคลุมของการจัดบริการตรวจ VL ยังคงต่ำ คณะผู้วิจัยให้ข้อเสนอแนะว่า ควรส่งเสริมให้ผู้ป่วยรู้สถานะการติดเชื้อเอชไอวีโดยเร็ว และเริ่มการรักษาด้วยยาต้านไวรัสทันที ควรพัฒนาคุณภาพการจัดบริการ เพื่อเพิ่มความครอบคลุมของการให้บริการตรวจ VL และเพิ่มการให้คำปรึกษาและติดตามผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการออกจากโครงการ
กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ