ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับผลย้อมเสมหะหลังระยะเข้มข้นยังพบเชื้อวัณโรคในผู้ป่วยวัณโรคปอด โรงพยาบาลสตึก จังหวัดบุรีรัมย์
รหัสดีโอไอ
Creator เอกชัย ยอดขาว
Title ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับผลย้อมเสมหะหลังระยะเข้มข้นยังพบเชื้อวัณโรคในผู้ป่วยวัณโรคปอด โรงพยาบาลสตึก จังหวัดบุรีรัมย์
Publisher สถาบันวิจัย จัดการความรู้ และมาตรฐานการควบคุมโรค
Publication Year 2560
Journal Title วารสารควบคุมโรค
Journal Vol. 43
Journal No. 2
Page no. 111-119
Keyword วัณโรคปอด, ปัจจัยเสี่ยง, ผลย้อมเสมหะหลังระยะเข้มข้นยังพบเชื้อวัณโรค
URL Website https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ
Website title เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค
ISSN 1685-6481
Abstract วัณโรคยังเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย ในโรงพยาบาลสตึกพบผู้ป่วยวัณโรคปอดรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การรักษาในระยะเข้มข้นนั้นมีความสำคัญในการลดการแพร่กระจายของเชื้อวัณโรคสู่บุคคลอื่น วัตถุประสงค์ของการศึกษาครั้งนี้ เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับผลย้อมเสมหะพบเชื้อวัณโรคหลังระยะเข้มข้นในผู้ป่วยวัณโรคปอดของโรงพยาบาลสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างปี พ.ศ. 2554-2558 โดยใช้รูปแบบการศึกษาแบบ retrospective cohort study แสดงความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยเสี่ยงกับการเกิดโรคด้วย risk ratio (95% CI) และ adjusted odds ratio (95% CI) ใน multivariate analysis ผลการศึกษาในผู้ป่วยวัณโรคปอดที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสตึก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554-2558 ทั้งสิ้นจำนวน 232 คน เป็นผู้ป่วยวัณโรคปอดชนิดย้อมเสมหะพบเชื้อวัณโรค จำนวน 218 คน คิดเป็นร้อยละ 93.96 ในผู้ป่วยวัณโรคปอดชนิดย้อมเสมหะพบเชื้อวัณโรคนี้พบว่า ผลย้อมเสมหะหลังระยะเข้มข้นยังพบเชื้อวัณโรคจำนวน 26 คน คิดเป็นร้อยละ 11.93 ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย ร้อยละ 73.08 อายุเฉลี่ยเท่ากับ 56.69 ปี (ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 15.38) พบว่า มีอาการไอเรื้อรังเกิน 1 เดือนคิดเป็นร้อยละ 76.92 ไอเสมหะปนเลือดและน้ำหนักลด เท่ากับร้อยละ 42.30 และ 19.23 ตามลำดับ ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับผลย้อมเสมหะพบเชื้อวัณโรคหลังระยะเข้มข้นในผู้ป่วยวัณโรคปอดที่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญในการวิเคราะห์ multivariate analysis มี 2 ปัจจัย คือ กลุ่มอายุ >40 ปี (adjusted OR = 2.88, 95% CI =1.31-9.34) และผลการตรวจเสมหะก่อนเริ่มยาวัณโรคที่ 3+ (adjusted OR = 4.18, 95% CI = 1.43-12.22) อาจเนื่องมาจากผู้ป่วยวัณโรคที่อายุมากขึ้นนั้น อาจมีระบบภูมิคุ้มกันที่มีความสามารถในการขจัดเชื้อวัณโรคได้น้อยลง และระดับเสมหะก่อนเริ่มยาวัณโรคในระดับที่สูง อาจทำให้การลดลงของเชื้อวัณโรคต้องใช้เวลานานมากกว่าผู้ป่วยทั่วไปที่มีระดับเสมหะก่อนเริ่มยาวัณโรคในระดับต่ำ โดยควรเฝ้าระวังในกลุ่มผู้ป่วยที่กลุ่มอายุ >40 ปีหรือระดับเสมหะก่อนเริ่มยาวัณโรคระดับ 3+ พิจารณาการทำ sputum culture และ DST (drug susceptibility testing) ก่อนเริ่มการรักษา และดำเนินการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกในชุมชนและกลุ่มเสี่ยงต่อไป
กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ