|
ปัจจัยทำนายการเสียชีวิตของผู้ป่วยวัณโรคโรงพยาบาลแพร่ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ปิยฉัตร ดีสุวรรณ |
| Title | ปัจจัยทำนายการเสียชีวิตของผู้ป่วยวัณโรคโรงพยาบาลแพร่ |
| Contributor | เนตรทราย เหมืองจา |
| Publisher | สำนักจัดการความรู้ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข |
| Publication Year | 2557 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 40 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 130-141 |
| Keyword | อัตราการเสียชีวิต, ค่ามัธยฐานของระยะเวลาเสียชีวิต, ปัจจัยทำนายการเสียชีวิต, ประเภทของวัณโรค, โรคร่วม |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 1685-6481 |
| Abstract | วัณโรคยังเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย เนื่องจากมีอัตราการเสียชีวิตระหว่างรักษาสูง การศึกษานี้เป็นการศึกษาแบบ retrospective cohort study มีวัตถุประสงค์เพื่อหาปัจจัยทำนายการเสียชีวิตและอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยวัณโรคระหว่างรักษาที่โรงพยาบาลแพร่ โดยรวบรวมผู้ป่วยวัณโรคทุกประเภทที่ขึ้นทะเบียน รักษาในโรงพยาบาลแพร่ ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2552 - 30 กันยายน 2555 จำนวน 469 ราย เก็บข้อมูลทั่วไปและข้อมูลทางคลินิก ติดตามผู้ป่วยแต่ละรายตั้งแต่วันที่เริ่มรักษาวัณโรค จนถึงวันสิ้นสุดการรักษา วิเคราะห์หาปัจจัยทำนายการเสียชีวิตด้วยสถิติ Univariable และ Multivariable Cox's Regression พบว่า มีผู้เสียชีวิต 66 ราย ร้อยละ 14.07 หรือมีอัตราการเสียชีวิต 6.86 ต่อ 10,000 คนต่อวัน ในกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่เสียชีวิต มีค่ามัธยฐานของระยะเวลาที่ติดตามคือ 192 วัน (24-365 วัน) ส่วนกลุ่มผู้ป่วยที่เสียชีวิต มีค่ามัธยฐานของระยะเวลาเสียชีวิต คือ 49 วัน (1-365 วัน) ปัจจัยทำนายการเสียชีวิตระหว่างรักษา ได้แก่ ระยะเวลาที่มีอาการน้อยกว่า 30 วัน (HR = 2.06, p=0.046), โรคร่วม คือ หลอดเลือดหัวใจตีบ (HR = 3.80, p=0.006), หลอดเลือดสมอง (HR = 3.57, p=0.017), มะเร็ง (HR = 5.59, p=0.001), ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (HR = 5.24, p=0.029), อาการข้างเคียงระบบทางเดินอาหาร (HR = 3.33, p=0.001) และการป่วยเป็นวัณโรคปอดเสมหะไม่พบเชื้อ และวัณโรคนอกปอด (HR = 2.67, p=0.008 และ HR 2.31, p=0.042 ตามลำดับ) ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาบ่งบอกว่า ควรมีการติดตามผู้ป่วยหลังรักษาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงแรกของการรักษาและพัฒนาระบบคัดกรอง เพื่อค้นหาผู้ป่วยวัณโรคแต่เริ่มแรก รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการวินิจฉัยผู้ป่วยวัณโรคปอดเสมหะไม่พบเชื้อ และการรักษาโรคร่วม |