|
การประเมินกระบวนการจัดการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในภาคใต้ตอนล่าง ปี 2556 |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ยอร์น จิระนคร |
| Title | การประเมินกระบวนการจัดการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในภาคใต้ตอนล่าง ปี 2556 |
| Contributor | วีณา ตันไสว, ปัจฉิมา บัวยอม, แจ่มจันทร์ กิมาคม |
| Publisher | สำนักจัดการความรู้ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข |
| Publication Year | 2556 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 39 |
| Journal No. | 4 |
| Page no. | 345-355 |
| Keyword | การประเมิน, งานควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 1685-6481 |
| Abstract | การศึกษานื้มีวัตถุประสงค์เพื่อคึกษาประเมินผลกระบวนการบริหารงานส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (โรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน) ในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ดำเนินการในช่วงเดือนสิงหาคม ปี 2556 โดยใช้โมเดลตรรกะ (logic model) ประกอบด้วยปัจจัยนำเข้า กระบวนการ ผลลัพธ์และผลกระทบ สุ่มตัวอย่างโดยใช้วิธี stratified random sampling เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้บริหาร เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่เกี่ยวข้องทุกคน จำนวน 140 คน และกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) จำนวน 70 คน และประชาชน จำนวน 210 คน โดยใช้แบบสัมภาษณ์ แบบสอบถามและแบบสรุปงบประมาณ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหาและสถิติเชิงพรรณนา ผลการศึกษาพบว่า ด้านปัจจัยนำเข้า งบประมาณได้รับการจัดสรรจากหลายแหล่ง งบประมาณระตับจังหวัดมีความเพียงพอ ซึ่งส่วนใหญ่ใช้เพื่อการบริหารจัดการ การสื่อสารความเสี่ยง ความพร้อมของบุคลากรในระดับจังหวัด ทุกจังหวัดจะบริหารในรูปของคณะกรรมการดำเนินการและมีผู้รับผิดชอบ แต่ในระดับสถานบริการ โดยเฉพาะโรงพยาบาลชุมชนยังมี case manager ไม่ครบ ด้านความพร้อมของระบบข้อมูล ได้มีการพัฒนานวัตกรรมระบบคลังข้อมูลโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับด้านกระบวนการ มีการวางแผนแก้ไขปัญหาที่สอดคลัองกับนโยบายและสภาพปัญหา และมีการถ่ายทอดสู่ระดับต่าง ๆ ด้านผลลัพธ์พบว่า ผลการคัดกรองความตันโลหิตและเบาหวาน ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไปค่อนข้างสูง และคลินิก NCD คุณภาพผ่านเกณห์ประเมินด้วยตนเอง แต่กลุ่มเสี่ยงและผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังไมjเปลี่ยนพฤติกรรม และไม่สามารถควบคุมความตันและน้ำตาลในเลือดได้ สอดคล้องกับที่พบว่า ประชาชนได้รับการตรวจคัดกรองจริง แต่ก็ยังไม่ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยง ในขณะที่อาสาสมัครสาธารณสุขมีความสามารถในการคัดกรอง ความดันและเบาหวานไต้ดี แต่ไม่มั่นใจต่อการแปลผล การศึกษาครั้งนื้เป็นการแสดงให้เห็นว่ากระบวนการจัดการ ส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคไม่ติดต่อในภาคใต้ตอนล่างควรได้รับการพัฒนาให้มี case manager ครอบคลุม ทุกสถานบริการ พัฒนา กำกับ ประเมินผลโปรแกรมการดูแลสุขภาพกลุ่มเสี่ยง และกลุ่มผู้ป่วยให้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และเพิ่มศักยภาพของ อสม. ในการให้บริการพื้นฐานเข้าถึงประชาชนให้มากที่สุด |