|
ปัจจัยเสี่ยงที่มีความสัมพันธ์กับระดับตะกั่วในเลือดของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีที่พักอาศัยอยู่ในชุมชนที่มีการประกอบอาชีพคัดแยกซากผลิตกัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์: ตำบลแดงใหญ่ อำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ จังหวัดบุรีรัมย์ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | จักรี ศรีแสง |
| Title | ปัจจัยเสี่ยงที่มีความสัมพันธ์กับระดับตะกั่วในเลือดของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีที่พักอาศัยอยู่ในชุมชนที่มีการประกอบอาชีพคัดแยกซากผลิตกัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์: ตำบลแดงใหญ่ อำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ จังหวัดบุรีรัมย์ |
| Contributor | อุไรวรรณ อินทร์ม่วง |
| Publisher | สำนักจัดการความรู้ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข |
| Publication Year | 2556 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 39 |
| Journal No. | 4 |
| Page no. | 289-296 |
| Keyword | ระดับตะกั่วในเลือด, เด็กรับสัมผัสตะกั่ว, อาชีพการคัดแยกซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 1685-6481 |
| Abstract | การศึกษานี้เป็นการศึกษาเชิงวิเคราะห์ภาคตัดขวาง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยเสี่ยงจากการสัมผัส และระดับตะกั่วในเลือดของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ที่พักอาศัยอยู่ในชุมชนที่มีการประกอบอาชีพคัดแยกซาก ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ในตำบลแดงใหญ่ อำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ จังหวัดบุรีรัมย์ ดำเนินการศึกษาระหว่างเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2556 เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสัมภาษณ์จากผู้ปกครองเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี จำนวน 132 คน ที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยต่อการสัมผัสสารตะกั่วและสิ่งแวดล้อมบริเวณบ้านจาก ผู้ปกครอง ประกอบด้วย (1) ข้อมูลทั่วไป ได้แก่ เพศ อายุ ภาวะโภชนาการ สุขอนามัยส่วนบุคคล โรคประจำตัว และการประกอบอาชีพของผู้ปกครอง (2) ปัจจัยต่อการสัมผัสสารตะกั่ว ได้แก่ พฤติกรรมการหยิบของเข้าปาก การบริโภคอาหารและน้ำดื่ม สถานที่เลี้ยงดู ภาชนะใส่อาหาร/น้ำ ระยะเวลาที่อาศัยในบ้าน การใช้สีทาบ้าน การใช้แบตเตอรี่ภายในบ้าน และระยะห่างจากบ้านกับสถานที่คัดแยกซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น พร้อมทั้งเก็บตัวอย่างเลือดของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี จำนวน 132 คน เพื่อนำมาวิเคราะห์หาระตับตะกั่วในเลือด ด้วยวิธีอะตอมมิกแอบซอพชันสเปกโทรเมตรี แบบกราไฟท์เฟอร์เนส วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่ามัธยฐาน ค่าต่ำสุดและค่าสูงสุด และใช้สถิติ odd ratio และ t-test เพื่อใช้วิเคราะห์ ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยเสี่ยงจากการสัมผัสและระดับตะกั่วในเลือด ผลการศึกษาพบว่า ร้อยละ 51.52 ชองเด็กที่ศึกษาเป็นเพศหญิง ร้อยละ 26.52 อายุระหว่าง 2.10-3 ปี ภาวะโภชนาการตามเกณฑ์มาตรฐาน ร้อยละ 75 โรคประจำตัว ร้อยละ 18.94 ผู้ปกครองส่วนใหญ่มีระดับการศึกษาชั้นประถมร้อยละ 52.27 และประกอบอาชีพคัดแยกซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า 43.94 ระดับสารตะกั่วในเลือด มีค่ามัธยฐานเท่ากับ 3 ไมโครกรัมต่อเดซิลิตร (ค่าต่ำสุด-สูงสุด = 1.5-13.5 ไมโครกรัม ต่อเดซิลิตร) เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานของสำนักงานควบคุมโรคแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา ที่กำหนดไว้ไม่เกิน 5 ไมโครกรัมต่อเดซิลิตร พบว่า ร้อยละ 14.4 มีค่าสูงกว่ามาตรฐานที่กำหนด และเมื่อวิเคราะห์ หาความความสัมพันธ์กับปัจจัยส่วนบุคคลและปัจจัยต่อการรับสัมผัสสารตะกั่ว พบว่า ทุกปัจจัยไม่มีความสัมพันธ์ กับระดับสารตะกั่วในเลือดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p>0.05) |