การศึกษาการปนเปื้อนของสารพิษในสิ่งแวดล้อมและการจัดการขยะอันตรายจากชุมชน
รหัสดีโอไอ
Creator สุธิดา อุทะพันธุ์
Title การศึกษาการปนเปื้อนของสารพิษในสิ่งแวดล้อมและการจัดการขยะอันตรายจากชุมชน
Contributor ณัฐพงศ์ แหละหมัน, เพลินพิศ สุวรรณอำไพ, ภาสกร เผ่าพงษ์สวรรค์, กรรณิการ์ เมธนาวิท
Publisher สำนักจัดการความรู้ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
Publication Year 2556
Journal Title วารสารควบคุมโรค
Journal Vol. 39
Journal No. 3
Page no. 258-265
Keyword ขยะอันตราย, ผลกระทบทางสุขภาพ, การบริหารจัดการขยะอันตราย
URL Website https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ
Website title เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค
ISSN 1685-6481
Abstract การวิจัยนี้เป็นการศึกษาแบบภาคตัดขวางเชิงสำรวจ (Cross-sectional Survey) เพื่อศึกษาการบริหารจัดการขยะอันตรายจากชุมชนและผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม โดยศึกษาใน 12 จังหวัด ที่มีขยะมูลฝอยเข้าระบบ 50ตัน/วันขึ้นไป เก็บข้อมูล 2 ส่วน ประกอบด้วย 1) การเก็บและวิเคราะห์ตัวอย่างสิ่งแวดล้อม ในรัศมี 5 กิโลเมตรรอบพื้นที่บ่อขยะ ซึ่งประกอบไปด้วยการเก็บตัวอย่างดินระดับตื้น จำนวน 249 ตัวอย่าง และเก็บตัวอย่างน้ำผิวดินจำนวน 235 ตัวอย่าง เพื่อตรวจหาสารพิษและโลหะหนัก วิเคราะห์ตัวอย่างดินโดยวิธี Test Method of EvaluatingSolid Waste, Physical/ Chemical Methods (SW-846) ของ USEPA และตัวอย่างน้ำโดยวิธี inductively coupledplasma-Optical emission spectrometer (ICP-OES) และ Graphite Furnace Atomic Absorption Spectrometer(GFAAS) และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ จำนวน ร้อยละ และค่ามัธยฐาน 2) การสนทนากลุ่มกับผู้บริหารชุมชน คนงานคัดแยกขยะ ผู้รับซื้อของเก่า ตัวแทนชาวบ้าน จังหวัดละ 35 คน รวมทั้งสิ้น 420 คนใช้แบบสัมภาษณ์กับกลุ่มตัวอย่างที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป นำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการจัดการขยะในชุมชนผลการศึกษาพบว่า 1) ดินชั้น B รอบบ่อขยะของจังหวัดเชียงใหม่พบสารหนู แคดเมียม และสังกะสี เกินค่ามาตรฐานมีค่ามัธยฐานเท่ากับ 34.0 1.1 และ 90.0 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมตามลำดับ ส่วนรอบบ่อขยะของจังหวัดลำปางอุดรธานี กาฬสินธ์ุ นครสวรรค์ กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และภูเก็ต พบโคบอลต์เกินค่ามาตรฐาน มีค่ามัธยฐานเท่ากับ 30.0 26.0 28.0 28.0 24.0 50.0 และ 22.0 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ตามลำดับ ส่วนน้ำผิวดิน พบเหล็กเกินค่ามาตรฐานใน 4 จังหวัด คือจังหวัดอุดรธานี นครสวรรค์ ฉะเชิงเทรา และสุราษฎร์ธานี มีค่ามัธยฐานเท่ากับ1.17 1.21 2.81 และ 1.33 มิลลิกรัมต่อลิตร ตามลำดับ 2) รูปแบบการบริหารจัดการขยะอันตรายในพื้นที่ 12จังหวัด พบว่ามีความแตกต่างกันตามบริบทในแต่ละพื้นที่ ซึ่งทุกจังหวัดยังไม่มีระบบกำจัดขยะอันตรายที่ถูกต้องแต่ให้ความสำคัญการคัดแยกอันตรายมากกว่า และพบว่าร้อยละ 41.7 ไม่ทราบว่าจะนำขยะอันตรายที่คัดแยกได้ไปกำจัดอย่างไรต่อไป โดยส่วนใหญ่ร้อยละ 58.3 เห็นว่าไม่มีระบบการคัดแยกขยะอันตรายออกจากขยะประเภทอื่นๆ รวมทั้งการนำขยะอันตรายบดอัดรวมกับขยะทั่วไปแล้วนำไปฝังกลบรวมกัน และพบว่าประชาชนยังขาดความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาขยะอันตรายที่เกิดขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรผลักดันสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีระบบการคัดแยกและกำจัดขยะอันตราย จากชุมชนให้ถูกวิธีเพื่อลดการปนเปื้อนของสารพิษและโลหะหนักในดินและน้ำผิวดิน
กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ