|
ประสิทธิผลการประยุกต์ใช้ทฤษฎีความสามารถตนเองในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารในผู้ป่วยเบาหวานศูนย์สุขภาพชุมชนจอหอ จังหวัดนครราชสีมา |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | รัตนาภรณ์ ฮิมหมั่นงาน |
| Title | ประสิทธิผลการประยุกต์ใช้ทฤษฎีความสามารถตนเองในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารในผู้ป่วยเบาหวานศูนย์สุขภาพชุมชนจอหอ จังหวัดนครราชสีมา |
| Contributor | นัยนา อาภาสุวรรณกุล |
| Publisher | กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค |
| Publication Year | 2554 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 37 |
| Journal No. | 3 |
| Page no. | 170-178 |
| Keyword | พฤติกรรมบริโภคอาหาร, ผู้ป่วยเบาหวาน, ศูนย์สุขภาพชุมชนจอหอ |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 1685-6481 |
| Abstract | การวิจัยกึ่งทดลองนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาประสิทธิผลในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารในผู้ป่วยเบาหวานที่มารับบริการ ณ ศูนย์สุขภาพชุมชนจอหอ จังหวัดนครราชสีมา โดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีความสามารถตนเองเป็นแนวทางในการกำหนดกิจกรรมทดลอง ซึ่งประกอบด้วย 1) ประสบการณ์ของความสำเร็จในการกระทำด้วยตนเอง 2) การเลียนแบบจากตัวแบบ 3) การใช้คำพูดโน้มน้าว และ 4) การกระตุ้นทางอารมณ์ กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่สอง แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบ กลุ่มละ 50 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์ การตรวจทางห้องปฏิบัติการ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมานเพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยระหว่างก่อนและหลังการทดลอง โดยใช้สถิติ Paired t-test และระหว่างกลุ่มทดลองกับกลุ่มเปรียบเทียบด้วย Students' t-test ผลการวิจัยพบว่า หลังการทดลองกลุ่มทดลองมีการรับรู้ความสามารถในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) และมีคะแนนพฤติกรรมการรับประทานอาหารเฉลี่ย (29.12 คะแนน) สูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ (26.26 คะแนน) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) ส่งผลให้ระดับน้ำตาลสะสมในเลือด (HbA1c) ของกลุ่มทดลองหลังการทดลองมีค่าเฉลี่ยต่ำกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ โดยก่อนทดลองเท่ากับร้อยละ 9.04 หลังการทดลองมีค่าเท่ากับร้อยละ 7.77 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.01) ซึ่งก่อนการทดลองระดับ HbA1c ส่วนใหญ่อยู่ในระดับดี ร้อยละ 36 และระดับพอใช้ ร้อยละ 42 แต่หลังการทดลองเป็นระยะเวลา 3 เดือน พบว่า ผู้ป่วยมีระดับ HbA1c อยู่ในระดับดีมาก ร้อยละ 16 ระดับดีร้อยละ 28 และระดับพอใช้ ร้อยละ 48 สรุปได้ว่าการประยุกต์ใช้ทฤษฎีความสามารถตนเองในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารทำให้ผู้ป่วยเบาหวานสามารถควบคุมโรค เบาหวานได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตามในการวิจัยนี้พบว่าควรให้ญาติผู้ดูแลเข้าร่วมกิจกรรมด้วย เนื่องจากพบว่า ผู้ดูแลมีส่วนในการสนับสนุนและเป็นแรงจูงใจที่สำคัญในการเข้าร่วมกิจกรรม และการปฏิบัติตัวของผู้ป่วยเบาหวาน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงได้ และเกิดความยั่งยืนในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เหมาะสม |