การศึกษาความชุก ช่วงเวลาหากินและความไวของยุงก้นปล่องต่อสารไพรีทรอยด์สังเคราะห์ในจังหวัดราชบุรี
รหัสดีโอไอ
Creator กวี โพธิ์เงิน
Title การศึกษาความชุก ช่วงเวลาหากินและความไวของยุงก้นปล่องต่อสารไพรีทรอยด์สังเคราะห์ในจังหวัดราชบุรี
Contributor ประชุมพร เลาห์ประเสริฐ, พรรณเกษม แผ่พร
Publisher กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค
Publication Year 2553
Journal Title วารสารควบคุมโรค
Journal Vol. 36
Journal No. 4
Page no. 247-255
Keyword ชนิด, ความชุก, ความไว, สารไพรีทรอยด์สังเคราะห์, ยุงก้นปล่อง
URL Website https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ
Website title เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค
ISSN 1685-6481
Abstract วัตถุประสงค์ของการวิจัยนี้เพื่อศึกษาความชุก ช่วงเวลาหากิน และหาระดับความไวของยุงก้นปล่องต่อสารเคมีเพอร์มิทริน 0.75% และเดลต้ามิทริน 0.05% ในพื้นที่ที่มีการแพร่เชื้อโรคมาลาเรียประกอบด้วยอำเภอจอมบึง อำเภอสวนผึ้ง อำเภอบ้านคา และอำเภอปากท่อ ในจังหวัดราชบุรี การจับยุงดำเนินการในเดือนมิถุนายน กรกฎาคม และตุลาคม โดยใช้กับดักแบบใช้แสงไฟ ช่วงเวลา 18.00-24.00 น. ในบ้านและนอกบ้าน การเปรียบเทียบระดับความไวของยุงก้นปล่อง (Anopheles minimus) ต่อสารเคมีในแต่ละพื้นที่ศึกษาตามวิธีมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก วิเคราะห์ความไวในรูปร้อยละ ค่าเฉลี่ย อัตราการตายของยุงก้นปล่อง หลังสัมผัสสารเคมี 24 ชั่วโมง ผลการศึกษาพบยุงก้นปล่องชนิด A. minimus มีอัตราความชุกร้อยละ 48.15 รองลงมา A. maculatus, A. dirus และ A. barbirostris อยู่ในอัตราความชุกร้อยละ 25.93 14.81 และ 11.11 ตามลำดับ ระดับความไวของยุงก้นปล่อง A. minimus ในทุกพื้นที่ศึกษาต่อสารเคมีเพอร์มิทริน 0.75% พบอัตราการตายหลังสัมผัสสาร 24 ชั่วโมง มีค่าเท่ากับ 98-100% (มีความไวระดับสูง) และระดับความไวต่อสารเคมีเดลต้ามิทริน 0.05% หลังสัมผัสสาร 24 ชั่วโมง พบอัตราตายมีค่าเท่ากับ 99-100% (มีความไวระดับสูง) ดังนั้นจึงควรมีการเฝ้าระวังโรคในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และการใช้สารไพรีทรอยด์สังเคราะห์ (เพอร์มิทรินและเดลต้ามิทริน) เพื่อควบคุมยุงก้นปล่องในพื้นที่สามารถใช้ได้ต่อไป แต่ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อป้องกันยุงก้นปล่องสร้างการต้านทานต่อสารเคมีในอนาคต
กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ