|
ปัจจัยเสี่ยงต่อการเสียชีวิตของผู้ป่วย Necrotizing fasciitis โรงพยาบาลศรีสะเกษ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | มงคล ภัทรทิวานนท์ |
| Title | ปัจจัยเสี่ยงต่อการเสียชีวิตของผู้ป่วย Necrotizing fasciitis โรงพยาบาลศรีสะเกษ |
| Contributor | - |
| Publisher | กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค |
| Publication Year | 2553 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 36 |
| Journal No. | 3 |
| Page no. | 194-198 |
| Keyword | Necrotizing fasciitis, การเสียชีวิต, โรงพยาบาลศรีสะเกษ |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 1685-6481 |
| Abstract | งานวิจัยนี้ต้องการศึกษาปัจจัยเสี่ยงต่อการเสียชีวิตของผู้ป่วย necrotizing fasciitis ในโรงพยาบาลศรีสะเกษ โดยอาศัยข้อมูลพื้นฐาน ตัวแปรทางกายภาพและผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อประโยชน์ในการรักษาผู้ป่วย necrotizing fasciiitis ซึ่งมีอัตราการตายสูง ร้อยละ 10-20 โดยทบทวนเวชระเบียนผู้ป่วย necrotizing fasciitis ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลศรีสะเกษตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2551 - 31 มกราคม 2553 จำนวน 314 ราย แบ่งผู้ป่วยออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 : ผู้ป่วยที่เสียชีวิต 42 ราย กลุ่มที่ 2: ผู้ป่วยที่รอดชีวิต 272 ราย โดยใช้สถิติ t-test และ chi-square ในการค้นหาปัจจัยเสี่ยง ผลการศึกษาพบว่าปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อการเสียชีวิตของผู้ป่วย necrotizing fasciitis ได้แก่ HCO3<20, HR >100 ครั้ง/นาที SBP<90 มม.ปรอท(p<0.05) และScr>2.0(p<0.001) โอกาสเสียชีวิตเพิ่มขึ้นในผู้ป่วยอายุ>70 ปี 2.5 เท่า ร้อยละ 95 CI=0.93-49.27 ตำแหน่งติดเชื้อรยางค์บน 3.5 เท่า ร้อยละ95 CI=1.54-8.17 ตำแหน่งติดเชื้อ perineum 6.7 เท่า ร้อยละ95 CI= 0.93-49.27 BT< 36.5 c 16.5 เท่า ร้อยละ 95 CI=6.3-42.7 Hct<30 2 เท่า ร้อยละ 95 CI=1.06-3.94 WBC<4000 17.9 เท่าร้อยละ 95 CI=4.4-72.5, plt<100,000 5.4 เท่า ร้อยละ 95 CI= 2.1-13.6 มีประวัติไตวายเรื้อรัง 3.88 เท่า ร้อยละ 95 CI=1.7-5.0), Scr>2.0 12.4 เท่า ร้อยละ 95 CI=5.6-27.3 และHCO3<20 7.6 เท่า ร้อยละ 95 CI=3.6-16.3 โดยสรุปการใช้ปัจจัยเสี่ยงต่อการเสียชีวิตเป็นตัวช่วยในการรักษาเท่านั้น การรักษาที่ดีที่สุด คือ การดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด ผ่าตัดให้เร็วขึ้น ให้ยาปฏิชีวนะที่เหมาะสมร่วมกับการให้สารอาหารที่เพียงพอแก่ผู้ป่วย |