|
การพัฒนารูปแบบการควบคุมสถานการณ์การดื้อยาวัณโรคหลายขนานในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ปิยะดา คุณาวรารักษ์ |
| Title | การพัฒนารูปแบบการควบคุมสถานการณ์การดื้อยาวัณโรคหลายขนานในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน |
| Contributor | ศักรินทร์ จันทร์วงศ์, พัฒนา โพธิแก้ว, อนงค์พร ประพันธ์วงค์, สุนิสา ศิริ, ทรงวุฒิ หุตามัย, ศุภชัย ฤกษ์งาม |
| Publisher | กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค |
| Publication Year | 2553 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 36 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 118-128 |
| Keyword | รูปแบบการควบคุมการดื้อยาวัณโรคหลายขนาน, ภาคเหนือตอนบน |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 1685-6481 |
| Abstract | ประเทศไทยได้นำเอากลยุทธ DOTS มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมวัณโรค ตั้งแต่ ปี 2540 อย่างไรก็ตาม จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายที่สำคัญตามตัวชี้วัดในการควบคุมวัณโรคขององค์การอนามัยโลก ซึ่งรวมถึงอัตราการดื้อยาหลายขนานของเชื้อวัณโรค โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนที่สูงขึ้นเกินระดับ การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบรูปแบบการควบคุมสถานการณ์การดื้อยาวัณโรคหลายขนานในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน โดยกำหนดรูปแบบการควบคุมสถานการณ์การดื้อยาวัณโรคหลายขนานเป็น 2 รูปแบบ ซึ่งรูปแบบที่ 1 มี 3 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 นำเสมหะที่ตรวจพบเชื้อวัณโรคทุกราย ณ วันที่ตรวจพบเชื้อจากโรงพยาบาลทุกแห่งในเขต 3 จังหวัด ภาคเหนือตอนบน( เชียงใหม่ ลำพูนและพะเยา) ตั้งแต่ เมษายน 2551 - กันยายน 2552 มาตรวจคัดกรองแยกผู้ป่วยที่ไม่ใช่ วัณโรคปอด ขั้นตอนที่ 2 ทดสอบความไวต่อเชื้อวัณโรคทุกราย โดยทราบผลภายใน 1 เดือน ขั้นตอนที่ 3 ให้บริการดูแลรักษาตามแนวทางแห่งชาติสำหรับการรักษาวัณโรคดื้อยาหลายขนาน โดยวิธีปกติ ส่วนรูปแบบที่ 2 มี 3 ขั้นตอนเช่นเดียวกัน แต่ เสริมบริการสื่อสารเตือนผู้ป่วยให้กินยาทุกมื้อโดยใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ ในขั้นตอนที่ 3 นี้ใช้การศึกษาทดลองแบบ Randomized controlled trial เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิผลของการดูแลรักษาผู้ป่วยวัณโรคที่ดื้อยาหลายขนาน ระหว่างรูปแบบที่ 1 และรูปแบบที่ 2 โดยผู้ป่วยวัณโรคที่ดื้อยาจะถูกสุ่มตัวอย่างแบบง่ายให้อยู่ในกลุ่มรูปแบบที่ 1 และรูปแบบที่ 2 อย่างต่ำกลุ่มตัวอย่างละ 19 ราย โดยติดตามทุกรายจนครบ 18 เดือนจึงประเมินผล พบว่ารูปแบบที่2 มี conversion rate ที่เดือนที่ 1 เป็นร้อยละ 84.2 เดือน 3 เป็น ร้อยละ 89.5 เดือนที่ 5 เป็น ร้อยละ 100 ในขณะที่กลุ่มรูปแบบที่ 1 มี conversion rate ที่เดือนที่ 1 ร้อยละ 57.9 เดือนที่ 2 เป็นร้อยละ 73.7 เดือนที่ 3 กับ 5 เป็นร้อยละ 84.2 และ 94.7 ตามลำดับและเป็นร้อยละ 100 ณ เดือนที่ 9 ซึ่งแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ p<0.001 อัตราการรักษาสำเร็จของรูปแบบที่ 2 สูงกว่ารูปแบบที่ 1 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p=0.024) โดยรูปแบบที่ 2 พบการรักษาสำเร็จสูงถึงร้อยละ 100 ในขณะที่ กลุ่มรูปแบบที่ 1 มีการรักษาสำเร็จเพียงร้อยละ 73.7 สำหรับอัตราการดื้อยาหลายขนานในพื้นที่ศึกษา มีแนวโน้มลดลงจากร้อยละ 4.1 ในช่วงเมษายน-กันยายน 2551 เป็นร้อยละ 3.3 ในช่วงตุลาคม 2551- มีนาคม2552 และคงเหลือร้อยละ 1.8 ในช่วงเดือน เมษายน-กันยายน 2552 จากผลสำเร็จของรูปแบบที่ 2 ถือว่าเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้อัตรา การดื้อยาหลายขนานในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคเหนือตอนบนที่เคยมีอัตราการดื้อยาหลายขนานสูง ลดลง ต่ำกว่าระดับ Hot Spot ได้ในระยะเวลาเพียง 1 ปี จึงเห็นว่า กลวิธี DOTS PLUS ที่เสริมด้วยโทรศัพท์เคลื่อนที่ ตามรูปแบบที่ 2 เป็นสิ่งที่ควรสนับสนุนให้มีการขยายพื้นที่ดำเนินการเพื่อให้การควบคุมวัณโรคของประเทศไทยมีประสิทธิภาพ และสามารถประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย Millennium Development Goals พ.ศ.2558 |