การเฝ้าระวังการระบาดของเชื้อเอชไอวีดื้อยาต้านไวรัสในประเทศไทย ปี 2552
รหัสดีโอไอ
Creator สุรพล เกาะเรียนอุดม
Title การเฝ้าระวังการระบาดของเชื้อเอชไอวีดื้อยาต้านไวรัสในประเทศไทย ปี 2552
Contributor -
Publisher กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค
Publication Year 2552
Journal Title วารสารควบคุมโรค
Journal Vol. 35
Journal No. 4
Page no. 246-257
Keyword การเฝ้าระวัง, การดื้อยา, ยาต้านไวรัส
URL Website https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ
Website title เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค
ISSN 1685-6481
Abstract การเฝ้าระวังการระบาดของเชื้อเอชไอวีดื้อยาต้านไวรัสครั้งนี้ ได้ศึกษาในกลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์ที่กินยาต้านไวรัสนานมากกว่า 6 เดือน 398 ราย และ กลุ่มผู้ติดเชื้อ/ผู้ป่วยเอดส์ที่ไม่ได้กินยา 96 ราย รวม 495 ราย ใน 21 จังหวัดจากทุกภาคของประเทศไทย ผู้ติดเชื้อ/ผู้ป่วยเอดส์ที่กินยาต้านไวรัส ส่วนใหญ่กินยาต้านไวรัสสูตร GPO-VIR ร้อยละ 61.1 เมื่อตรวจหาปริมาณไวรัสในตัวอย่างพลาสมาของผู้ติดเชื้อ/ผู้ป่วยเอดส์ พบว่ามี 124 ราย ที่มีปริมาณไวรัสในพลาสมา > 1,000 copies/ml ในจำนวนนี้ 93 ราย เป็นผู้ติดเชื้อ/ผู้ป่วยเอดส์ที่ไม่ได้กินยา และได้ตรวจการกลายพันธุ์ที่ส่งผลให้เกิดการดื้อยาต้านไวรัสต่อไปในกลุ่มผู้ติดเชื้อ/ผู้ป่วยเอดส์ 112 ราย ซึ่งตรวจพบการกลายพันธุ์ในตำแหน่งต่างๆ บนยีน Reverse transcriptase (RT) และ Protease โดยเป็นผู้ติดเชื้อ/ผู้ป่วยเอดส์ที่กินยาต้านไวรัส 21 ราย และไม่ได้กินยาต้านไวรัส 91 ราย ในกลุ่มผู้ติดเชื้อ/ผู้ป่วยเอดส์ที่กินยาต้านไวรัส 21 ราย ตำแหน่งการกลายพันธุ์ที่ส่งผลให้เกิดการดื้อต่อยาต้านไวรัสกลุ่ม NRTIs ที่พบความถี่สูงสุดคือ M184V/I ร้อยละ 81.0 และพบการดื้อยา 3TC /FTC สูงสุด 17 ราย ส่วนตำแหน่งการกลายพันธุ์ชนิด Thymidine analogue-associated mutations (TAMs) 6 ตำแหน่งมีความถี่ดังนี้ M41L ร้อยละ 14.3 D67N ร้อยละ 28.6 K70R ร้อยละ 9.5 L210W (ตรวจไม่พบ) T215Y/F ร้อยละ 52.4 และ K219R ร้อยละ 33.3 ส่วนตำแหน่งการกลายพันธุ์ที่ส่งผลให้เกิดการดื้อต่อยาต้านไวรัสกลุ่ม NNRTIs พบความถี่ดังนี้ A98G ร้อยละ 9.5 K101Q/E ร้อยละ 9.5 K103N ร้อยละ 23.8 V108I ร้อยละ 4.8 Y181C/I ร้อยละ 52.4 และ G190A/S ร้อยละ 33.3 และพบการดื้อยา NVP และ EFV 20 และ 10 ราย ตามลำดับ การกลายพันธุ์ส่งผลต่อการดื้อยาต้านไวรัสกลุ่ม PIs พบได้หลายตำแหน่งในผู้ติดเชื้อ/ผู้ป่วยเอดส์ที่กินยาต้านไวรัสทั้ง 21 ราย แต่มี เพียง 2 ราย ที่พบการดื้อต่อยาต้านไวรัสในกลุ่ม PIs คือดื้อยา IDV และ APV/FPV 1 ราย และดื้อยา SQV/r 1 ราย สำหรับกลุ่มผู้ติดเชื้อ/ผู้ป่วยเอดส์ที่ไม่ได้กินยาต้านไวรัส 91 ราย พบความถี่ของตำแหน่งการกลายพันธุ์ในตำแหน่งต่างๆ ที่ส่งผลให้เกิดการดื้อต่อยาต้านไวรัสกลุ่ม NRTIs และ NNRTIs เพียงร้อยละ 1.1-3.3 และมีการดื้อยา 3TC/FTC NVP และ EFV เพียง 1 5 และ 3 ราย ตามลำดับ มีผู้ติดเชื้อ/ผู้ป่วยเอดส์ที่ไม่ได้กินยาต้านไวรัส เพียง 1 ราย ที่พบการกลายพันธุ์ ส่งผลต่อการดื้อยาต้านไวรัสกลุ่ม PIs คือดื้อยา IDV และ APV/FPV โดยสรุป การเฝ้าระวังการระบาดของเชื้อเอชไอวีดื้อยาต้านไวรัสในครั้งนี้ กลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์ที่รักษาด้วยยาต้านไวรัส สามารถพบเชื้อเอชไอวีดื้อยาต้านไวรัส ร้อยละ 5.3 (21/398) โดยพบได้สูงสุดในกลุ่มที่กินยาต้านไวรัสนาน > 6 เดือน -1 ปี ร้อยละ 9.1 (7/77) ส่วนกลุ่มผู้ติดเชื้อ/ผู้ป่วยเอดส์ที่ไม่ได้กินยาต้านไวรัส พบเชื้อเอชไอวีดื้อยาต้านไวรัส ร้อยละ 6.25 (6/96)
กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ