|
การพัฒนาระบบการเตรียมการศึกษาระยะยาวและผลการศึกษา กระบวนการให้บริการตามนโยบายดูแลรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | เพชรศรี ศิรินิรันดร์ |
| Title | การพัฒนาระบบการเตรียมการศึกษาระยะยาวและผลการศึกษา กระบวนการให้บริการตามนโยบายดูแลรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ |
| Contributor | ภัสสร ลิมานนท์, สร้อยสอางค์ เศรษฐวานิช, วิภา ด่านธำรงกูล, รัตนา พันธ์พานิช, มานพ คณะโต, ประณีต ส่งวัฒนา |
| Publisher | กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค |
| Publication Year | 2551 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 34 |
| Journal No. | 3 |
| Page no. | 280-293 |
| Keyword | การดูแลรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์, การรักษาด้วยยาต้านไวรัสเอดส์ |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 2651-1649 |
| Abstract | การศึกษานี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษานำร่องชุดโครงการศึกษากระบวนการให้บริการตามนโยบายดูแลรักษาผู้ติดเชื้อเอดส์ และผลกระทบระยะยาวด้านพฤติกรรม สังคม และเศรษฐกิจ มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาระบบเตรียมการศึกษาระยะยาว และศึกษากระบวนการให้บริการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อเอดส์ ดำเนินการใน 1 จังหวัดของแต่ละภาค คือ ราชบุรี หนองคาย นครสวรรค์ และสงขลา ศึกษาใน รพศ. รพท. รพช. รพ.ส่งเสริมสุขภาพ รวม 57 แห่ง เก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์ เก็บข้อมูลจากแบบบันทึกของ รพ. สังเกตบริการ และสัมภาษณ์หลัง รับบริการ กลุ่มตัวอย่างมี ผู้บริหาร 33 ราย ผู้ปฏิบัติงาน 154 ราย ผู้ติดเชื้อ 74 ราย และสังเกตบริการ 24 จุดบริการ เก็บข้อมูลระหว่าง ก.ย. 2547 - ก.ย. 2548 ใช้เวลา 6 เดือน เตรียมความพร้อมองค์กร ผลการศึกษา พบว่า ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติของ รพ. เห็นด้วยกับการรวมยาต้านไวรัส เข้าสู่ระบบหลักประกันสุขภาพ แต่มีข้อกังวลภาระด้านการเงินและด้านบุคลากร ปัญหาสำคัญคือการขาดแคลนบุคลากรโดยเฉพาะแพทย์ พยาบาลวิชาชีพ รพ.จัดบริการแตกต่างกันได้แก่ บริการแบบเบ็ดเสร็จ หรือคลินิกเฉพาะวันหรือผนวกกับบริการผู้ป่วยนอกทั่วไปทุกวัน การให้คำปรึกษาก่อนตรวจการติดเชื้อกลุ่มหญิงตั้งครรภ์หรือผู้ป่วยที่แพทย์ส่งตรวจ เป็นการขออนุญาตตรวจมากกว่าให้คำปรึกษา ระยะแจ้งผลตรวจ 1-7 วัน การตรวจยืนยันการติดเชื้อใช้วิธี หลากหลายที่ต่างไปจากคู่มือการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อฯที่ได้รับยาต้านไวรัสครบถ้วนตามคู่มือแต่ผู้ติดเชื้อที่ไม่ได้รับยาต้านไวรัส มีเพียงนัดตรวจ CD4 ทุก 6 เดือน ไม่ได้เชื่อมโยงข้อมูลจากทะเบียนตรวจการติดเชื้อกับการดูแล การให้คำปรึกษาเป็นเพียงการให้ข้อมูลเป็นชุดบริการที่มีไม่ได้จัดสำหรับผู้ติดเชื้อที่ยังไม่เปิดเผยตัวสมาชิกชมรมผู้ติดเชื้อได้รับความรู้และปรับสภาพจิตใจ ผู้รับบริการส่วนใหญ่พึงพอใจผู้ให้บริการโดยเฉพาะพยาบาล ข้อเสนอแนะ ได้แก่ 1) ควรปรับระบบบริการด้วยการปรึกษาหารือระหว่างผู้บริหารและผู้ปฏิบัติ โดยคำนึงถึงผู้ติดเชื้อที่พร้อมและไม่พร้อมเปิดเผยตัว รับยาและไม่รับยาต้านไวรัส เชื่อมโยงกับทะเบียนตรวจการติดเชื้อ 2) ควรพัฒนาบริการให้คำปรึกษาก่อนและหลังตรวจการติดเชื้อ 3) ควรทบทวนการตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อ 4) ควรพัฒนาการให้คำปรึกษาครอบคลุมมิติชีวภาพ จิตใจ สังคม และเศรษฐกิจ 5)ควรศึกษาบทบาทชมรมผู้ติดเชื้อ และ 6) ควรพัฒนาระบบข้อมูลบันทึกบริการเพื่อการใช้ประโยชน์ของโรงพยาบาล |