ระบาดวิทยาของโรคซิลิโคสิสในประเทศไทย
รหัสดีโอไอ
Creator กำจัด รามกุล
Title ระบาดวิทยาของโรคซิลิโคสิสในประเทศไทย
Contributor -
Publisher กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค
Publication Year 2551
Journal Title วารสารควบคุมโรค
Journal Vol. 34
Journal No. 2
Page no. 109-117
Keyword ระบาดวิทยาของโรคซิลิโคสิส, ประเทศไทย
URL Website https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ
Website title เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค
ISSN 2651-1649
Abstract ประเทศไทยพบโรคซิลิโคสิสครั้งแรกในปี พ.ศ. 2497 การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการทราบอัตราความชุก (prevalence rate) การกระจายของโรค ลักษณะงานที่ก่อให้เกิดโรค การรายงานโรค โดยศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลที่มีอยู่ในบางจังหวัดที่มีสถานประกอบการกลุ่มเสี่ยงสูงและ มีการดำเนินงานเฝ้าคุม เฝ้าระวังโรคซิลิโคสิสในประเทศไทย ศึกษาข้อมูลจากสำนักหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และทบทวนข้อมูลจากประเทศอื่นๆ ด้วย เช่น สหรัฐอเมริกา เพื่อเป็นข้อมูลในการวางแผนระดับนโยบายสำหรับการป้องกันควบคุมโรค ผลการศึกษาพบว่า ข้อมูลที่ได้จากสำนักหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นข้อมูลผู้ป่วยซิลิโคสิสที่รับไว้รักษาตัวในโรงพยาบาล ปี พ.ศ.2549 และ 2550 มีทั้งสิ้น 43 ราย และ 30 รายตามลำดับ ผู้ป่วยเหล่านี้กระจายอยู่ใน 20 จังหวัดสำหรับปี 2549 และ 17 จังหวัด สำหรับปี 2550 ส่วนการดำเนินงานเฝ้าคุมเฝ้าระวังเชิงรุกของประเทศไทย ใน 3 จังหวัดของปี พ.ศ. 2546 และปี 2550 มีอัตราความชุกของผู้ที่มีแนวโน้มเกิดโรคซิลิโคสิส (prevalence rate of suspected and probable cases มี profusion level 0/1 และ 1/0) เท่ากับ ร้อยละ 44.8 และ ร้อยละ 11.6 และอัตราความชุกของโรคซิลิโคสิส ( มี profusion level ตั้งแต่ 1/1 หรือมากกว่า) เท่ากับ ร้อยละ 1.54 และ ร้อยละ 1.6 % ตามลำดับ ส่วนใหญ่เป็นคนงานในโรง โม่บดย่อยหิน แกะสลัก เจียรหิน และขัดหิน จากการศึกษาครั้งนี้ทำให้ทราบว่าทั้ง 2 กลุ่มประเภทกิจการ มีความเสี่ยงสูง โรคที่มีความสำคัญและเป็นโรคเรื้อรัง เช่น โรคซิลิโคสิส จำเป็นต้องมีการเฝ้าคุมเฝ้าระวังในระดับนโยบาย และพร้อมกับการมีมาตรการการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคที่เหมาะสม โดยความร่วมมือของหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ