|
อัตราการติดเชื้อเอชไอวีในเด็กที่เกิดจากแม่ติดเชื้อเอชไอวีในเขตสาธารณสุขที่ 3 |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | แสงชัย สีมาขจร |
| Title | อัตราการติดเชื้อเอชไอวีในเด็กที่เกิดจากแม่ติดเชื้อเอชไอวีในเขตสาธารณสุขที่ 3 |
| Contributor | วันเพ็ญ ประเสริฐศรี |
| Publisher | กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค |
| Publication Year | 2550 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 33 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 60-68 |
| Keyword | การติดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก, เขตสาธารณสุขที่ 3 |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 2651-1649 |
| Abstract | การศึกษาวิจัยเชิงสำรวจแบบตัดขวาง (Cross - sectional survey) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอัตราการแพร่เชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก การใช้ยาต้านไวรัสในแม่ติดเชื้อเอชไอวีและในเด็กที่เกิดจากแม่ติดเชื้อเอชไอวีตลอดจนปัญหาอุปสรรคในการติดตามเด็กมารับการตรวจเลือดเพื่อวินิจฉัยการติดเชื้อเอชไอวี กลุ่มตัวอย่างคือเด็กที่เกิดจากแม่ติดเชื้อเอชไอวีทุกรายที่เกิดระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2545 ถึง 30 กันยายน 2547 จำนวน456 คน จากโรงพยาบาลทุกแห่งที่ดำเนินการป้องกันการแพร่เชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก ในจังหวัดนครสวรรค์จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดพิจิตร และจังหวัดอุทัยธานี บันทึกข้อมูลโดยใช้แบบเก็บข้อมูลการติดตามเด็กที่เกิดจากแม่ติดเชื้อเอชไอวีเฉพาะราย วิเคราะห์ข้อมูลโดยแสดงเป็นค่าความถี่และร้อยละ ผลการศึกษาพบว่าแม่ติดเชื้อเอชไอวี ได้รับบริการฝากครรภ์ร้อยละ 90.3 ได้รับยาต้านไวรัส Zidovudine (AZT) ในขณะตั้งครรภ์มากกว่าหรือเท่ากับ 4 สัปดาห์ ร้อยละ 49.4 และได้รับในระหว่างคลอด ร้อยละ 85.8 เด็กที่เกิดจากแม่ติดเชื้อเอชไอวี ติดตามประวัติได้ 443 คน คิดเป็นร้อยละ 97.1 เป็นเด็กเกิดมีชีพ ร้อยละ 98.4 ได้รับยา AZT นาน 1 สัปดาห์ และ6 สัปดาห์ ร้อยละ 48.6 และ 48.9 ตามลำดับ ได้รับยา Nevirapine (NVP) ร้อยละ 20.0 ความครอบคลุมการติดตามเด็กเพื่อตรวจเลือดวินิจฉัยการติดเชื้อเอชไอวี ติดตามได้ร้อยละ 78.1 สาเหตุของการไม่ได้รับการตรวจเลือดในเด็กคือ ย้ายที่อยู่ไม่สามารถติดตามได้ร้อยละ 82.4 พบอัตราการแพร่เชื้อเอชไอวี จากแม่สู่ลูก ร้อยละ7.8 การเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการฝากครรภ์ และการรับยาต้านไวรัสขณะตั้งครรภ์แก่แม่ติดเชื้อเอชไอวี การจัดระบบบริการของโรงพยาบาลให้มีการประสานงานอย่างต่อเนื่อง และมีการบันทึกข้อมูลที่สมบูรณ์ครบถ้วนน่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการดำเนินงานป้องกันการแพร่เชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูกได้มากขึ้น |