|
พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศและการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในผู้ติดเชื้อเอชไอวีในสถาบันบำราศนราดูร |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | อัจฉรา เชาวะวณิช |
| Title | พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศและการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในผู้ติดเชื้อเอชไอวีในสถาบันบำราศนราดูร |
| Contributor | รังสิมา โล่ห์เลขา, ปรีชา ตันธนาธิป, อมรพันธ์ วิรัชชัย, เจริญสุข อัศวพิพิธ, กรุณา ลิ้มเจริญ, อุมาภรณ์ เซี้ยงพ้อ, ชลลดา นันทวิสัย, อรพิน สุขศรีพานิช |
| Publisher | กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค |
| Publication Year | 2550 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 33 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 42-59 |
| Keyword | ผู้ป่วยโรคเอดส์, โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์, สถาบันบำราศนราดูร |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 2651-1649 |
| Abstract | การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินประวัติความความเสี่ยงของการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัยร่วมกับปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องและเพื่อคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่มารับบริการที่คลินิกเอชไอวีที่สถาบันบำราศนราดูร โดยผู้ที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการทุกรายจะได้รับการสอบถามถึงพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ การใช้ถุงยางอนามัย อาการที่เกี่ยวข้องกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การตรวจดูแผลที่อวัยวะเพศตรวจหาเชื้อหนองในและหนองในเทียมโดยวิธี Polymerase Chain Reaction ตรวจการติดเชื้อซิฟิลิสโดยดู VDRLและ TPHA เป็นบวก และทำการตรวจ wet smearเพื่อหาเชื้อพยาธิทริโคโมแนส (เฉพาะผู้หญิง) ผู้ที่พบผลผิดปกติจากการ ซักประวัติและตรวจร่างกายจะได้รับการดูแลตามมาตรฐานของโรงพยาบาล ผลที่ได้จะถูกนำมาคำนวณโดยใช้สถิติ chi-square test และ multivariate model หาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมทางเพศที่ไม่ปลอดภัยผลการศึกษาพบว่า ตั้งแต่เดือน กรกฎาคม พ.ศ. 2548-กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 มีผู้ป่วยเข้าร่วมโครงการทั้งหมด894 คน เป็นเพศชาย 395 คน (ร้อยละ 44) เพศหญิง 499 คน(ร้อยละ 56 ) ค่ามัธยฐานอายุ 36 ปี ผู้ป่วยร้อยละ61 มีเพศสัมพันธ์ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ในจำนวนผู้ป่วย 546 คนที่มีเพศสัมพันธ์ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาพบว่าผู้ชาย 90/138 คน (ร้อยละ 65) และผู้หญิง 166/203 คน (ร้อยละ 82) รายงานใช้ถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์ครั้งสุดท้ายกับคู่นอนประจำ (p-value <0.01) ผู้ชาย 90/225 (ร้อยละ 40)และผู้หญิง 37/259 คน (ร้อยละ14) มีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนชั่วคราว (p-value <0.01) โดย 51/98 คน (ร้อยละ 52) ใช้ถุงยางอนามัยครั้งสุดท้ายที่มีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนชั่วคราว ผู้ชาย 44/178 ราย (ร้อยละ 25) รายงานว่ามีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายด้วยกัน และ20/33 (ร้อยละ 61) รายงานการมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักโดยไม่ได้ป้องกัน ผู้ชาย 43/223 (ร้อยละ 19)มีการซื้อบริการทางเพศในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาและใช้ถุงยางอนามัยกับผู้ขายบริการเมื่อมีเพศสัมพันธ์ครั้งสุดท้ายเพียง 7/26 (ร้อยละ 27) ผู้หญิง 266/331 (ร้อยละ 80)และผู้ชาย 89/143 (ร้อยละ 62) เปิดเผยผลเลือดกับคู่นอนประจำ(p-value<0.01) ในจำนวนคู่นอนประจำ 401 คน ร้อยละ 44 ไม่ทราบผลเลือด ร้อยละ 34มีผลเลือดเป็นบวก และร้อยละ 22 มีผลเลือดเป็นลบ โดยปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัยกับคู่นอนประจำคือ การไม่เปิดเผยผลเลือดกับคู่นอน (OR =2.5 (95%CI 1.2-5.2)) ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัยกับคู่นอนที่ไม่ทราบผลเลือดหรือมีผลเอชไอวีเป็นลบคือผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัส (OR = 2.2 (95%CI1.2-4.2)) ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเปิดเผยผลเลือดกับคู่นอนคือเพศหญิง (OR 2.6 (95%CI1.4-4.6) และการรักษาด้วยยาต้านไวรัส (OR 2.2 (95%CI 1.2-4.2) อัตราความชุกของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์โดยรวมทั้งหนองใน หนองในเทียม ซิฟิลิส ทริโคโมแนสที่พบในผู้ชายคิดเป็นร้อยละ 10 และผู้หญิงพบร้อยละ 6 (p-value = 0.06) อย่างไรก็ตามผู้ชายมีการตรวจพบผล VDRLเป็นบวกมากกว่าผู้หญิง คิดเป็นร้อยละ 8 และ 2 ตามลำดับ (p-value = <0.01) ปัจจัยที่สัมพันธ์กับการตรวจพบโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ใดๆคือผู้ชายที่มีอาการ (OR31.2 (95%CI7.0-139.7)) และผู้หญิงที่ตรวจพบความผิดปกติที่เข้าได้กับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จากการตรวจร่างกายและการตรวจภายใน (OR 4.0, 95%CI1.2-12.9)) โดยสรุป พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของผู้มารับบริการที่คลินิคเอชไอวีค่อนข้างสูงแม้ว่าความชุกของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไม่มากนัก ผู้ที่ไม่ได้รับยาต้านไวรัสและไม่ได้เปิดเผยผลเลือดกับคู่นอนเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงในการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัยโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคู่นอนที่ไม่ทราบผลเลือดหรือมีผลเลือดเป็นลบ ผู้ชายที่มีอาการของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และผู้หญิงที่ตรวจพบความผิดปกติจากการตรวจร่างกายมีความชุกของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์สูงกว่ากลุ่มอื่น |