|
ประสิทธิผลการประยุกต์ใช้การตลาดเชิงสังคมในการส่งเสริมการรับบริการอดบุหรี่ของกลุ่มทหารชั้นประทวนในค่ายสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ศรีสมร กมลเพ็ชร |
| Title | ประสิทธิผลการประยุกต์ใช้การตลาดเชิงสังคมในการส่งเสริมการรับบริการอดบุหรี่ของกลุ่มทหารชั้นประทวนในค่ายสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา |
| Contributor | นัชชา พรหมพันใจ, วีรศักด์ิ คงสืบชาติ, สุพรรณี เจริญวงศ์เพ็ชร, นิ่มนวล พรายน้ำ, ฉัตรพิมล ชุนประสาน |
| Publisher | กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค |
| Publication Year | 2550 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 33 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 81-92 |
| Keyword | ประสิทธิผล, การตลาดเชิงสังคม, บริการการอดบุหรี่ |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 2651-1649 |
| Abstract | การวิจัยกึ่งทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลการประยุกต์ใช้การตลาดเชิงสังคมในการส่งเสริมการมารับบริการอดบุหรี่ของทหารชั้นประทวนในค่ายสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา โดยประยุกต์แนวคิดการตลาดเชิงสังคมมาเป็นแนวทางในการกำหนดกิจกรรมทดลองที่ประกอบด้วย 1)การวิเคราะห์ระบบบริการกลุ่มผู้รับบริการเป้าหมาย สื่อและช่องทางการสื่อสาร 2)การวางแผนตามองค์ประกอบของบริการ ราคา สถานที่ให้บริการ และวิธีการเข้าหาอย่างเหมาะสม 3)การพัฒนาและทดสอบสื่อและเนื้อหาในการสื่อสารการวิจัยกึ่งทดลองนี้แบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะแรกเป็นการรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพ เพื่อการการวางแผนและระยะปฏิบัติงานตามแผน กลุ่มตัวอย่างที่ทำการศึกษาเป็นกลุ่มทหารชั้นประทวนในกองพันทดลอง 64 คน กองพันเปรียบเทียบ 64 คน รวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์ก่อนและหลังการทดลองแบบวิเคราะห์ บริบททางสังคม เพื่อใช้ในการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย และแบบสัมภาษณ์เชิงลึก แล้วนำมาวิเคราะห์ทางสถิติ หาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน Student t-test, Paired Sample t-test และ Z-testผลการวิจัยพบว่า ภายหลังการทดลองกลุ่มทดลองสามารถรับรู้โอกาสเสี่ยง ความรุนแรงของโรคที่เกิดจากพิษภัยบุหรี่ รับรู้ค่าใช้จ่ายและประโยชน์ที่จะได้รับเพิ่มขึ้นทุกด้านและแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) แต่เมื่อเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบแตกต่างกันเล็กน้อยไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ เนื่องจากกลุ่มเปรียบเทียบก่อนทดลองมีการรับรู้สูงกว่าทุกด้าน อย่างไรก็ตามเมื่อเปรียบเทียบผลต่างคะแนนเฉลี่ยทั้ง 3 ด้าน กลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบด้านการรับรู้โอกาสเสี่ยง (p=0.002) ด้านประโยชน์ที่จะได้รับจากการอดบุหรี่ (p<0.001) ยกเว้นการรับรู้ความรุนแรงของโรคที่ไม่แตกต่าง ทั้งนี้เนื่องจากการสื่อสารจากภายนอกจากสื่อต่างๆซึ่งไม่สามารถควบคุมได้ และเป็นช่วงการจัดกิจกรรมรณรงค์ในเรื่องบุหรี่ระดับประเทศและนโยบายยาเสพติดของกองทัพบก แต่จากการจัดกิจกรรมการทดลองกลุ่มทดลองต้องตัดสินใจอดบุหรี่ โดยมีสัดส่วนการทำพันธะสัญญาที่จะรับบริการต่อผู้บังคับบัญชาจะอดบุหรี่สูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p=0.0136) จากผลการวิจัย การดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการมารับบริการอดบุหรี่ตามวิธีการตลาดเชิงสังคม ควรนำมาพิจารณาในการจัดกิจกรรมรณรงค์ในการเปลี่ยนพฤติกรรมการสูบบุหรี่ในกลุ่มทหารชั้นประทวนได้ รวมทั้งการจัดบริการให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้รับบริการจะช่วยเพิ่มอัตราการอดบุหรี่ในพื้นที่อื่นๆในกลุ่มเป้าหมายที่คล้ายกันต่อไป |