อำนาจเพิกถอนมติการเป็นคดีพิเศษของคณะกรรมการคดีพิเศษ ตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง(2) แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547
รหัสดีโอไอ
Creator สุภาวดี เจริญไชย
Title อำนาจเพิกถอนมติการเป็นคดีพิเศษของคณะกรรมการคดีพิเศษ ตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง(2) แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547
Publisher Mae Fah Luang University
Publication Year 2557
Journal Title MFU Connexion: Journal of Humanities and Social Sciences
Journal Vol. 3
Journal No. 2
Page no. 177
Keyword คดีพิเศษ,คณะกรรมการคดีพิเศษ,การสอบสวน
ISSN 24654213
Abstract การศึกษาเรื่องอำนาจเพิกถอนมติการเป็นคดีพิเศษของคณะกรรมการคดีพิเศษตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง(2) แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาโครงสร้างอำนาจหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) และศึกษาสภาพปัญหา อุปสรรค รวมถึงวิเคราะห์สภาพปัญหา อุปสรรคเกี่ยวกับอำนาจในการเพิกถอนมติการเป็นคดีพิเศษตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 การวิจัยในครั้งนี้ใช้ระเบียบวิจัยเชิงคุณภาพ ด้วยการวิจัยเอกสาร ศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลจากหนังสือกฎหมาย วารสารทางกฎหมายทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ รายงานการประชุม การสัมมนาทางวิชาการด้านกฎหมาย ความคิดเห็นของนักกฎหมาย ผลงานการวิจัย วิทยานิพนธ์ ระเบียบข้อบังคับต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจของคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.)จากการศึกษาพบว่า พระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษมีอำนาจสอบสวนคดีที่มีความสำคัญอย่างยิ่งและมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางการเมือง ทางเศรษฐกิจ และผลประโยชน์อันสำคัญของประเทศชาติ และได้บัญญัติให้มีคณะกรรมการชุดหนึ่งขึ้นเรียกว่า "คณะกรรมการคดีพิเศษ หรือ กคพ." มีอำนาจหน้าที่ต่างๆ ตามมาตรา 10 เช่น เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวงกำหนดคดีพิเศษตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง(1) ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน กำหนดรายละเอียดของลักษณะของการกระทำความผิดตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง(1) ตลอดจนทั้งมีอำนาจในการมีมติเกี่ยวกับคดีความผิดอาญาอื่นเป็นคดีพิเศษตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง(2) ทำให้คดีความผิดดังกล่าวจะต้องดำเนินการสืบสวน สอบสวนอย่างคดีพิเศษ เป็นต้น แต่ในขณะเดียวกัน มาตรา 10 มิได้บัญญัติให้อำนาจ กคพ. สามารถเพิกถอนคดีพิเศษที่พิจารณารับไว้โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 10 ประกอบมาตรา 21 วรรคหนึ่ง(2) ทำให้คดีดังกล่าวต้องดำเนินการสืบสวน สอบสวนโดยเป็นคดีพิเศษต่อไป แม้ว่าคดีดังกล่าวมีลักษณะการกระทำความผิดไม่เป็นคดีพิเศษก็ตาม จึงทำให้คดีความผิดอาญาบางคดีที่รับเป็นคดีพิเศษแล้วยังคงอยู่ในระบบของกรมสอบสวนคดีพิเศษที่ยังต้องทำการสืบสวน สอบสวนอย่างคดีพิเศษต่อไป ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของผู้ต้องหาเพราะการสอบสวนคดีพิเศษนั้นมีมาตรการทางกฎหมายหลายประการที่มีผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนมากกว่าการสอบสวนคดีอาญาทั่วไป และทำให้ปริมาณคดีพิเศษเข้าสู่ระบบของกรมสอบสวนคดีพิเศษเกินความจำเป็น และเกิดความล่าช้าในการดำเนินการกับคดีอาชญากรรมที่มีความร้ายแรง ทั้งยังส่งผลต่อประสิทธิภาพของกรมสอบสวนคดีพิเศษในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมตามเจตนารมณ์ และวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ดังนั้นจึงสมควรแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องของเรื่องดังกล่าว เพื่อให้การเพิกถอนมติการเป็นคดีพิเศษของคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ตามาตรา 21 วรรคหนึ่ง(2) แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 ได้ โดยให้มีการแก้ไข เพิ่มเติมพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 บัญญัติให้ กคพ. มีอำนาจในการเพิกถอนมติที่รับเป็นคดีพิเศษตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง(2) เพื่อมิให้กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของผู้ต้องหาที่จะต้องได้รับการสืบสวน สอบสวนอย่างถูกต้องและเป็นธรรม ทั้งยังเป็นการลดปริมาณของคดีพิเศษลงและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินการสืบสวน สอบสวนของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ตลอดจนเพื่อให้เกิดความเหมาะสมและมีความสมดุลมากยิ่งขึ้น
MFU Connexion: Journal of Humanities and Social Sciences

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ